Thai Baht… ways to Happy and earn money

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีของบรรดาชาวหุ้นทั้งหลาย บางคนได้มากบางคนได้น้อย แม้ประเทศเราจะมีเรื่องร้ายๆมากระทบมากมาย แต่ตลาดหุ้นก็ปรับตัวขึ้นมาสูงมาก หุ้นและการลงทุนก็เป็นแค่ส่วนเดียวของชีวิต หวังว่าชีวิตของเราทุกคนคงปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

ปีที่ผ่านมาก็เป็นปีที่ดีๆอีกปีของชีวิต มีกินมีใช้มีเหลือเก็บ ได้เจอะเจอญาติมิตรที่ไม่ได้พบปะกันมานาน ได้สังสรรค์ในหมู่เพื่อนสนิทมิตรสหาย ได้รู้จักคนใหม่ๆดีๆ ได้ไปในที่ดีๆ ได้ชื่นชมกับสิ่งต่างๆรอบกาย แม้จะเล็กเพียงใด แต่ก็มีความสวยงามแฝงอยู่

น่าเสียดายช่วงปลายปีมีเรื่องมากระทบจิตใจ เลยทำให้ส่งผ่านปีเก่าก้าวเข้าสู่ปีใหม่ไปแบบหมองๆ แต่ก็ยังดีที่มีช่วงเวลาดีๆหกเจ็ดชั่วโมงที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต ที่มีความคึกคักแจ่มใส มีความหวัง มีความกลัว กระวนกระวาย และกระตือรือล้น ในช่วงเวลานั้น บอกตัวเองให้จำไว้ให้ได้ตลอด เพราะน่าจะเป็นชั่วโมงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตครั้งหนึ่ง

ปีใหม่ปีนี้ก็ขอให้พวกเรามีความสุขสนุกสนานไปกับการดำรงชีวิตของพวกเรา มีความเข้มแข็งที่จะก้าวผ่านอุปสรรคที่มาท้าทาย มีความเจริญเติบโตในชีวิตไปในทิศทางที่ใจปราถนา

ปีนี้ก็คงจะดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็อดคิดถึงสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในปีก่อนๆไม่ได้ เพลงอาจจะเศร้าสร้อยไปบ้าง แต่ทำให้รู้สึกนึกถึงสิ่งดีๆที่ผ่านมา สวัสดีปีใหม่ครับ

สำหรับคนเล่นหุ้นแล้ว หนึ่งในความฝันก็คือ มีโอกาสซื้อหุ้นที่เหมือนไมโครซอฟท์ (NASDAQ:MSFT) ตั้งแต่ช่วงแรกๆแล้วถือมาเรื่อยๆ เพราะผลตอบแทนนั้นสูงมาก ไม่รู้เป็นกี่เท่าของกี่เท่าของเงินลงทุน ถึงแม้ในช่วงหลังปี 2000 ราคาหุ้นจะลดลงมาเรื่อยๆประมาณครึ่งหนึ่งจากที่เคยสูงสุดมาก่อน แต่ราคาปัจจุบันเมื่อเทียบกับราคาเริ่มต้นก็ยังสูงมากอยู่ดี

image

สำหรับในเมืองไทยเราก็คงมีหุ้นในฝันแบบเดียวกัน คือ หุ้นปูนใหญ่ ที่ทำผลตอบแทนในระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าถ้าหากซื้อในปริมาณที่มากพอ ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยเงินปันผลอย่างเดียว

หุ้นทั้งสองตัวอาจไม่ใช่หุ้นที่ให้ตอบแทนดีที่สุดในตลาด แต่ถือว่าเป็นเรือธงที่ใครๆก็รู้จักกันอย่างแฟร่หลาย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็มีหุ้นหลายตัวที่อาจจะกลายเป็นหุ้นในลักษณะนี้ หนึ่งในนั้นก็คือโฮมโปร (SET:HMPRO) ซึ่งเราลองดูความสามารถในการเติบโตของกิจการโฮมโปรในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้ จะเห็นว่ายอดขายโตขึ้นเกือบสิบเท่า ขณะที่ผลกไรสูงมากขึ้นยี่สิบกว่าเท่า

image

การเลือกหุ้นและซื้อหุ้นแบบนี้ ฝรั่งจะใช้คำว่า Hit a home run ซึ่งมาจากเกมส์กีฬาเบสบอล แต่การลงทุนในตลาดหุ้นก็เหมือนเบสบอล การเป็นผู้ชนะไม่จำเป็นว่าต้องดีโฮมรันได้ทุกครั้ง แค่ตีได้เบสแรกเบสสองไปเรื่อยๆก็สามารถที่จะชนะได้แล้ว เมื่อแปลมาทางตลาดหุ้นก็คือการมีวินัยในการลงทุนและมีการลงทุนสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยหลักในการที่จะชนะ ซึ่งแน่นอนว่าปัจจัยในการเลือกหุ้นก็เป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่จำเป็นว่าหุ้นที่เราเลือกทุกครั้ง จะต้องเป็นหุ้นโฮมรันตลอดไป เพราะต่อให้ไม่ได้โฮมรันเลยก็ยังชนะได้ แต่ถ้าหากโชคดีได้โฮมรันขึ้นมา ก็ทำให้เกมส์นี้มีสีสันมากขึ้นหรือรู้ผลชนะได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

Four score and seven years ago our fathers brought forth on this continent a new nation, conceived in liberty, and dedicated to the proposition that all men are created equal.
Now we are engaged in a great civil war, testing whether that nation, or any nation, so conceived and so dedicated, can long endure. We are met on a great battle-field of that war. We have come to dedicate a portion of that field, as a final resting place for those who here gave their lives that that nation might live. It is altogether fitting and proper that we should do this.

But, in a larger sense, we can not dedicate…we can not consecrate…we can not hallow this ground. The brave men, living and dead, who struggled here, have consecrated it, far above our poor power to add or detract. The world will little note, nor long remember what we say here, but it can never forget what they did here. It is for us the living, rather, to be dedicated here to the unfinished work which they who fought here have thus far so nobly advanced. It is rather for us to be here dedicated to the great task remaining before us—that from these honored dead we take increased devotion to that cause for which they gave the last full measure of devotion—that we here highly resolve that these dead shall not have died in vain—that this nation, under God, shall have a new birth of freedom—and that government of the people, by the people, for the people, shall not perish from the earth.

อนิจจาน่าเสียดาย
ฉันทำชีวิตหายครึ่งหนึ่ง
ส่วนที่สูญนั่นลึกซึ้ง
มีนํ้าผึ้งบุหงาลดามาลย์ ฯ

ครึ่งหนึ่งหลงเหลือในอกนี้
สั่นชีวีเสียสะเทือนสะท้าน
ซํ้าโซ่ตรวนพันธนาการ
ทรมานปานทาสจะขาดใจ ฯ

อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่น้องแก้ว
ขึ้งโกรธพี่แล้วจะทำไฉน
ถึงใกล้ก็อย่างห่างไกล
ไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ฯ

เสียแรงชายบริสุทธิ์ซื่อ
ควรหรือนางมล้างค่าใฝ่ฝัน
ทิ้งให้เทวษหาจาบัลย์
ที่ไหนนั่นมิ่งขวัญจะกลับคืน ฯ

หมายทะนุถนอมไว้กะอก
กลับตกในมือของเขาอื่น
แสนเจ็บแสนปวดปูนปื้น
พิษมาเสียบเสียววิญญาณ ฯ

ใจนางอย่างนํ้าค้างกลางดึก
ดั่งผนึกเพชรใสไหวสะท้าน
ชั่วครู่ก็แตกดับกับดินดาน
ไร้แก่นสารจะหวังมิยั่งยืน ฯ

บุราณว่าพรากจากนารี
ลับลี้สามวันฝันเป็นอื่น
เสียเจ้าโศกเศร้าทุกวันคืน
สุดจะฝืนสู้ทุกข์ขุกเข็ญใจ ฯ

แค้นหญิงชิงชังไปทั่วโลก
จะทุกข์โศกกะนารีหรือไฉน
เสียแรงเป็นบุรุษรัตน์อาชาไนย
มาหลงใหลหล่มล้มจมดิน ฯ

ระอัปยศแก่วิญญาณ
อัปประมาณอดสูฤารู้สิ้น
จึงตัดใจหลั่งนํ้าไหลริน
ลงดินขาดกันจนวันตาย ฯ

"อังคาร กัลยาณพงศ์"

เมื่อวานเห็นข่าวไม่แน่ใจว่าเป็นที่จังหวัดปราจีนบุรีหรือที่สกลนคร มีอบต.แห่งหนึ่งจัดงานรำลึกถึงคุณจิตร ภูมิศักดิ์ เห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่า งานอย่างนี้เคยจัดโดยทางการมาก่อนบ้างหรือไม่ คุณจิตรเป็นคนหนึ่งในอดีตที่เคยต้องเข้าป่า แต่ไม่ใช่ในช่วงตุลาวิปโยค เป็นช่วงก่อนหน้านั้นนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2508 ถือเป็นบุคคลที่ไม่เป็นที่ต้องการของรัฐบาล

หลายคนอาจไม่เคยรู้จักจิตรมาก่อน แต่หลายคนน่าจะเคยอ่านบทกวี หรือฟังเพลงที่แต่งโดยจิตรมาบ้าง เพลงที่น่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดน่าจะเป็นเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา เป็นเพลงที่ถูกนำมาขับร้องทุกครั้งที่มีการชุมนุม

ผมเคยฟังครั้งแรกก็จากวงคาราวาน เมื่อหลายปีก่อนเคยมาค้นเจอว่าคุณชูศรี พุ่มชูศรีเคยร้องด้วย ไม่รู้ว่าร้องไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ระหว่างค้นในเนตก็บังเอิญได้เจอกับเพลงเสียงเพรียกจากมาตุภูมิ ก็เลยได้รู้ว่าเพลงนี้คุณจิตรก็เป็นผู้แต่งไว้เช่นกัน ดูคลิปนี้แล้ว อยากดูงานคอนเสิร์ตนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทปหรือสด ขนาดเพลงนี้เพลงเดียว ก็ทำให้เข้าใจว่า มีการนำเพลงของจิตรมาเรียบเรียงดนตรีใหม่ ซึ่งเพราะมากๆ

สิ่งที่น่าจะเป็นความสามารถและความโดดเด่นของจิตรน่าจะเป็นเรื่องภาษาศาสตร์โดยเฉพาะในละแวกสุวรรณภูมิ ทั้งภาษาไทย เขมร บาลี สันสกฤต ฯลฯ รวมถึงประวัติศาสตร์ในย่านนี้

หลังจากเห็นข่าวแล้ว ก็เลยลองหาหนังสือของจิตรว่าจะเอากลับมาอ่านใหม่ แต่หาไม่เจอเลย สงสัยโดนปลวกกินหมด เจอแต่หนังสือ หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ซึ่งมีงานของจิตรได้รับคัดเลือกด้วย

เดี๋ยวนี้จำงานเขียนของจิตรไม่ได้เลย เพราะสมัยที่อ่านจะเป็นช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่พอจำๆได้บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราไม่เคยได้เรียนรู้ในหนังสือเรียนกระทรวงศึกษา โดยเฉพาะเรื่องภาษาไทย อย่างในหนังสือโองการแช่งน้ำ ลองอ่านบทความที่โอเพ่นออนไลน์ ก็น่าจะเห็นภาพงานของจิตรได้เป็นอย่างดี แล้วก็เรื่องประวัติศาสตร์ไทยระหว่างเรื่องที่เราเรียนในหนังสือ กับ ประวัติศาสตร์แบบหลากหลายชาติพันธฺที่ร่วมกันอยู่ในดินแดนนี้ ซึ่งก็เป็นมุมมองที่แตกต่าง และในช่วงนี้ตั้งแต่มีเหตุปัญหาที่ใต้ ก็เริ่มมีการพูดถึงชาติพันธฺุ์ที่อยู่ร่วมกันมา ไม่ใช่ว่าจะมีแต่ชนชาติไทยเท่านั้น ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะอิทธิพลจากงานเขียนงานศึกษาของจิตรหรือไม่

ท้ายนี้ขอแสดงความรำลึกถึงคุณจิตร ณ ที่นี่

 

เพลงหลายเพลงเมื่อฟังในสภาพแวดล้อมที่พอเหมาะพอดี จะทำให้เพลงๆนั้นเหมือนมีชีวิต ที่ออกมาโลดแล่น เล่าขาน จากจิตวิญญาณสู่จิตวิญญาณ

ในสถานการณ์อย่างนี้ เลยหยิบเอาเพลงที่เคยฟังในอดีต แต่เป็นการฟังโดยไม่เห็นสภาพแวดล้อม หรือไม่ได้ร่วมยุคสมัยกับผู้แต่งผู้ร้องตอนนั้น ตอนนี้คงเป็นโอกาสที่พอเหมาะพอสม ที่อาจจะมีความคล้ายคลึงกับในอดีตที่ผ่านมา

ในวันนี้เราก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งออกมาเรียกร้องสิทธิ์ความเท่าเทียมความเสมอภาพ แม้จะเจือและฉาบหน้าหลังด้วยการต่อสู้ของกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง โดยอาศัยพลังมวลชนเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองนั้นๆ การชุมนุมครั้งนี้อาจจะไม่ดูบริสุทธ์เหมือนเมื่อครั้งในอดีต อาจจะดูหยาบกร้าน ตามลักษณะของมวลชน แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เป็นมวลชนที่ดูจะยืนหยัดท้าทายสายตาของคนเฝ้าดูจากกลุ่มต่างๆที่เมื่อเริ่มไม่ได้ให้ราคา พร้อมกับการคาดการณ์ล่วงหน้าว่า เป็นมวลชนที่ไม่มีอุดมการณ์ อย่างมากก็แค่สามวัน สองอาทิตย์ ก่อนสงกรานต์ หมดน้ำเลี้ยง ก็คงกลับบ้าน

แต่จากวันนั้นที่เริ่มต้นก็ผ่านเหตุการณ์ทุกอย่างที่เคยมีคนว่าไว้ว่าจะกลับบ้าน แต่นี่เกือบสองเดือนแล้ว ก็ยังไม่กลับบ้าน ทำไม

ตราบใดที่เรายังไม่มีวิธีบริหารจัดการการเรียกร้องของมวลชน ผมก็เชื่อว่าม็อบคงจะอยู่คู่เราไป อาจหดหายไปบ้าง เหมือนหญ้าที่โดยดาย แต่เมื่อถึงเวลาก็จะออกมาใหม่ ซึ่งนี่เป็นการมองในแง่ดีแล้ว บางคนมองไปในแง่หลาย ที่อาจเกิดเหตุกลายสภาพไปเป็นแบบสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

รูปแบบของการชุมนุม ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลย เราก็ยังไม่มีตัวอย่างของการชุมนุมแบบอารยะ แม้กลุ่มชุมนุมล่าสุดที่บอกว่าเป็นปัญญาชน มีแกนนำที่เป็นปัญญาชน เราก็เห็นความรุนแรงเกิดขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้ใช้กระสุนอาวุธปืน แต่การขว้างปาสิ่งของ การยิงหนังสะติ๊ก ลูกเหล็ก ต่างๆ ก็เกิดขึ้น

รูปแบบการสลายก็เช่นเดิม ยังใช้อาวุธสงครามเป็นเครื่องมือในการสลายมวลชน ซึ่งไม่มีทางเลยที่ ผู้บังคับบัญชา สามารถยืนยันได้ว่า ไม่มีการยิงเข้าสู่มวลชน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งภาพต่างๆที่ออกมาก็พอเห็นกันได้อยู่

ครั้งนี้เราก็ได้เห็นภาพของอดีตกลับมาอีกครั้ง ทั้งในรูปแบบการดำเนินการของฝ่ายกุมอำนาจ ที่เคยอ่านเจอจากหนังสือถึงเหตุการณ์ตุลาวิปโยค เราก็ได้เห็นวิธีการที่คล้ายคลึงกัน และเราก็เห็นการชุมนุมที่ยังก้าวไม่พ้นความรุนแรง ถึงแม้เมื่อเบื้องต้นจะมีการนำรูปมหาตมะคานธีมาเป็นสื่อสัญลักษณ์ แต่การดำเนินการต่อมาก็ไม่สามารถจัดการให้เป็นดังนั้นได้

สันติภาพ
บ้านเมืองมีความเป็นมา  ทุ่งนาภูเขาแม่น้ำ
ฝนพรมลมเย็นชื่นฉ่ำ  ผู้คนสร้างทำเรื่อยมา
สงครามคุกคามทำลาย  วอดวายพื้นดินแผ่นฟ้า
อะตอมมิคบอมบ์ลงมา  นิวเคลียร์นิวตรอนรังสี
โอ…..สันติภาพ  สันติภาพ  สันติภาพ
ฝันถึงสันติภาพ  อาบให้โลกงดงาม
ความจริงก็คือความจริง  ความจริงคนเราฆ่ากัน
บ้านเมืองมีความเป็นมา  สังคมตีตราแบ่งชั้น
ให้คนจนรวยสูงต่ำ  ขาวดำบ่ำเหลืองน้ำตาล
เลือดคนมีสีแดงสีเดียว  หัวใจจงมาประสาน
ร่วมกันรักกันนานนาน  ขับขานเสียงเพลงสันติ
โอ……สันติภาพ  สันติภาพ  สันติภาพ

ฟังเพลงสันติภาพได้ที่นี่

ตอนนี้ทุกคนคงโดนถามโดนผลักให้ไปอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยิ่งเป็นคนที่เล่นเนตก็จะยิ่งมีกลุ่มเครือข่ายในสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชื่อไม่เชื่อมีกี่เสียงที่เห็นในทางใดทางหนึ่ง หรือกลุ่มเสื้อสีต่างๆ ผมเองก็โดนชักชวนว่าไม่ควรอยู่นิ่งเฉยต่อสิ่งที่เป็นไปในตอนนี้ ควรจะเข้าร่วมเครือข่าย และออกมาแสดงออก แต่ผมก็ไม่ได้เข้าไปร่วมกับใคร ณ ตอนนี้

ผมแค่อยากพูดในบางประเด็นว่าผมหวังว่าเราจะใช้ สันติวิธี เป็นทางออก วิธีการนั้นก็คงแล้วแต่ใครจะสามารถคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นไป ถ้าตราบใดเราไม่วางกรอบตัวเองให้อยู่ในแนวทางสันติ และไม่เปิดให้มีทางเลือกอื่นๆในแนวทางที่ไม่สันติหรือไม่เป็นประชาธิปไตย เราจะมีทางออกและวิธีการที่ดำเนินไปในแนวสันติเกิดขึ้นและได้ผล เหมือนในแวดวงคนสร้างสรรค์ที่พูดว่า ข้อจำกัดทำให้เกิดการสร้างสรรค์

สิ่งหนึ่งที่พูดไปกับหลากหลายกลุ่มที่ผ่านเข้ามาก็คือ หวังว่าสิ่งที่กลุ่มต่างๆที่เรียกร้องนั้น ไม่ได้หมายถึงการอนุญาติให้ภาครัฐหรือนักการเมืองกลุ่มหนึ่งมีสิทธิฆ่าคนได้ ภายใต้หน้ากากของการรักษากฏหมาย

เรื่องนี้ว่าไปก็ทำให้นึกขึ้นได้ มีเหตุการณ์ในกรุงเทพมหานครสองครั้งแล้วมั้ง แต่ทิ้งช่วงเป็นเวลาหลายปี เรื่องนั้นก็คือ เรื่องหมาจรจัด คนกรุงทั้งหลายก็รู้สึกรำคาญเสียงเห่า รังเกียจปฏิกูล และกังวลต่อความปลอดภัยซึ่งอาจจะเกิดจากโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งกทม.สมัยนั้นก็จะมีการปราบปรามจับหมาจรจัดนั้นไปกำจัด แต่กระแสคนกรุงไม่เห็นด้วย

ก็คงขอพื้นที่แค่นี้ เพราะที่นี่ผมก็ไม่ค่อยคุยเรื่องการเมืองมาก่อน เพราะแต่ละคนก็มีทั้งความเชื่อและความชอบที่หลากหลายกันไป

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.