Thai Baht… ways to Happy and earn money

Archive for กรกฎาคม 2006

ตอนที่แล้วเรื่องบริหารความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ SET 50 Futures มีการพูดถึงเรื่องความเสี่ยงของตลาดและความเสี่ยงของกิจการ ซึ่งเวลาพูดถึงความเสี่ยงของตลาด (Systematic Risk) หลายๆคนก็จะบอกได้เลยว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถลดลงได้
วันนี้ก็เลยอยากพูดเรื่องการกระจายความเสี่ยงของตลาดให้ลดลงอีก หลายคนอาจถามว่าลดลงได้อีกหรือ ไหนบอกว่าลดลงไม่ได้แล้วล่ะ
ที่จริงเวลาที่เราเห็นหรือได้ยินเรื่องความเสี่ยงของตลาดนั้นปกติจะอยู่ในบริบทของการลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อเราต้องบริหารเงินของเราเองให้งอกเงยโดยผ่านการลงทุน เรามีทางเลือกที่จะลงทุนในทรัพย์สินประเภทไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการถือเงินสดใว้ในธนาคาร พันธบัตร หุ้น ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของทรัพย์สินเราลดลง เพราะเราลงทุนในหลากหลายตลาด ดังนั้นนี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง โดยทั่วไปเราจะเรียกวิธีการนี้ว่า Asset Allocation ซึ่งหลายคนบอกว่ามีความสำคัญไม่น้อยหรือมากกว่าการเลือกหุ้นเป็นตัวๆด้วยซ้ำ การทำ Asset Allocation ที่ดี สามารถทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ดีกว่ากลยุทธ์การเลือกหุ้น
บางคนก็ถามว่าแล้วถ้าอยากลงทุนในหุ้นแล้วอยากให้บริหารความเสี่ยงของตลาดได้อีกทำได้ไหม คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือ ก็ลงทุนหุ้นในหลายๆตลาดหุ้นซิ
ถ้าหากเราลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เวลาที่มีปัญหาการเมืองหรือสภาวะตลาดซบเซาในประเทศไทย ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นโดยตรงกับพอร์ทโฟลิโอหุ้นเรา แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอื่นๆ สมมติบราซิล เหตุการณ์นี้คงมีโอกาสที่น้อยลงกว่าเหตุการณ์แรกที่จะสร้างผลกระทบพอร์ทโฟลิโอหุ้นเรา ใช่ไหมครับ
เมื่อเราลงทุนหุ้นในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของพอร์ทโฟลิโอหุ้นเราก็จะลดลง ทั้งนี้โดยการคำนึงเปรียบเทียบกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยนะ
ข้อดีอีกอย่างของการถือครองทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศ ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงของเรื่องค่าของสกุลเงินด้วย เหตุการณ์แบบเงินสกุลท้องถิ่นหรือเงินบาทสำหรับพวกเราแข็งค่ามากๆหรือโดยเฉพาะอ่อนค่ามากๆ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอำนาจซื้อของเราทันที อย่างถ้าหากเงินบาทเรายังมีค่าเงินแบบในอดีตสมมติที่ ๒๕ บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ แทนที่จะมีค่าในปัจจุบันสมมติประมาณ ๔๐ บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาวันนี้ที่ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็จะมีราคาอยู่ที่ประมาณเพียง ๓๐,๐๐๐ บาทเอง รวมทั้งของใช้อีกหลายๆอย่าง เราอยู่ในเมืองไทยที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรกรรมต่างๆได้เอง [...]

ราคาน้ำมัน (July 5)

Posted by: Khun T on: กรกฎาคม 6, 2006

ราคาน้ำมันดิบซื้อขายล่วงหน้ากลับขึ้นมาทดสอบยอดเดิมอีกแล้ว จากราคาน้ำมันเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๙ ช่วงนี้ก็คงเป็นช่วงน่าติดตามว่าราคาจะขึ้นต่อไปอีกหรือไม่ ดูแล้วน่ากังวลใจ ช่วงเวลานี้เราก็คงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับราคาน้ำมันที่สูงแบบนี้ต่อไป

ตลาดอนุพันธ์ก็ได้เปิดดำเนินการมาสองเดือนเต็มๆแล้ว จากวันแรกที่มีปริมาณซื้อขาย ๑๖๑ สัญญา ช่วงหลังนี้มีการซื้อขายขึ้นไประดับวันละหลายร้อยสัญญาและเคยขึ้นไปมากถึง ๑,๔๒๕ สัญญา ก็นับว่าเป็นการประสบความสำเร็จในเบื้องต้นที่ดีมาก
สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สะสมเงินออมไว้ในรูปของการถือหุ้น แต่ไม่ได้เป็นเทรดเดอร์หุ้นที่ทำการซื้อขายหุ้นทุกวันก็อาจมองข้ามตราสารอนุพันธ์ไปเพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตัวเอง แต่จริงๆแล้วเราสามารถใช้เซ็ทห้าสิบฟิวเจอร์นี้มาช่วยเราได้
ก่อนอื่นเราก็มาดูว่าราคาหุ้นนั้นเป็นตัวสะท้อนความเสี่ยงที่เกิดขึ้น หรือเป็นผลของความเสี่ยง คราวนี้ความเสี่ยงของหุ้นในกิจการใดกิจการหนึ่งไปเกี่ยวอะไรกับตลาดโดยรวม อันนี้ก็เพราะว่า ความเสี่ยง (หรือราคาหุ้นที่ขึ้นลง) นั้นมีองค์ประกอบใหญ่ๆอยู่สองอย่างก็คือ ความเสี่ยงของตลาด และความเสี่ยงของกิจการ
ความเสี่ยงของตลาด ปกติจะเป็นสิ่งที่มากระทบกับทุกกิจการอย่างเช่น อัตราดอกเบี้ย สภาวะเศรษฐกิจ สภาวะตลาด ปกติความเสี่ยงของตลาดไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่สามารถกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงได้
ความเสี่ยงของกิจการอันนี้ก็ง่ายๆ ก็คือเรื่องที่เข้ามากระทบกับบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ ความเสี่ยงแบบนี้สามารถลดลงได้ด้วยการลงทุนในหลายๆกิจการที่ดำเนินธุรกิจต่างกัน
ก็เอาแค่แบบย่อๆพอให้เห็นภาพเรื่องความเสี่ยงนะครับ คราวนี้เซ็ทห้าสิบฟิวเจอร์จะมาช่วยนักลงทุนระยะยาวได้ยังไง ปกติหุ้นแต่ละตัวก็จะสะท้อนความเสี่ยงผ่านราคาที่ซื้อขาย และเราก็รู้แล้วว่าความเสี่ยงนั้นประกอบไปด้วยสองส่วน ทั้งความเสี่ยงที่มาจากตลาดรวมกับความเสี่ยงที่เป็นของกิจการเอง ดังนั้นเราก็พอจะหาความสัมพันธ์ระหว่างราคาหุ้นของเรากับดัชนีของตลาด ซึ่งเรียกกันว่าค่าเบต้า (Beta) โดยกำหนดให้ตลาดโดยรวมมีค่าเบต้าเท่ากับ ๑ และถ้าหุ้นของเราหรือพอร์ทโฟลิโอของหุ้น (Stock Portfolio) ของเรามีค่าเบต้ามากกว่าตลาด สมมติอยู่ที่ ๑.๕ ก็หมายความว่า ถ้าดัชนีตลาดเปลี่ยนแปลงไปเป็นบวกร้อยละสิบ ราคาหุ้นเราก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนไปในทิศทางบวกเช่นกัน แต่จะเพิ่มขึ้นมากกว่าตลาด ๑.๕ เท่า หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๐ ในกรณีนี้
ลำดับถัดไปเราก็ต้องหาค่าความสัมพันธ์ของผลตอบแทนของพอร์ทโฟลิโอเมื่อเทียบกับเซ็ท ๕๐ หรือหาค่าเบต้าของพอร์ทโฟลิโอ (Portfolio Beta) วิธีคำนวณจริงๆจะค่อนข้างซับซ้อนและยาก โอกาสหน้าอาจจะเอามาพูดคุยกันอีกที [...]


ค้นหาบทความตามวัน

กรกฎาคม 2006
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

a

Hey! Let’s Have Fun!

Has it been so long since you had fun,
put toxic emotions on the run?
Do those chores really have to get done?
Walk around the block in the rain or sun.

Read More here

Kid in rain
Creative Commons License

ผู้มาเยี่ยมชม

  • 160,158 คน

ป้ายกำกับ