Posted by: Khun T on: ธันวาคม 31, 2006
มาถึงวันสิ้นปีไปอย่างรวดเร็ว ใจหนึ่งก็ เฮ้อ ถอนหายใจอย่างโล่งอก อีกปีที่ผ่านไป อีกด้านหนึ่งก็ตื่นเต้น หยุดพักผ่อนเตรียมพร้อมกับปีหน้าที่จะมาถึง
ผมอยากขอพรให้ตัวเองและให้กับทุกคน ปีใหม่ปีนี้ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่ทำ ได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ ได้แก้ไขข้อท้าทายต่างๆที่เกิดขึ้น และได้เรียนรู้จากสิ่งต่างๆที่ได้ทำไป
Posted by: Khun T on: ธันวาคม 29, 2006
ปีนี้ไทม์แม็กกาซีนให้พวกเราทุกคนเป็นบุคคลแห่งปี ใครสนใจเนื้อหารายละเอียดก็ไปอ่านได้ Time’s Person of the Year: You
เนื้อหาคร่าวๆก็เกริ่นนำถึงทฤษฎี “บุคคลยิ่งใหญ่” ที่เปลี่ยนแปลงสร้างโลกอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ แต่ปีนี้ด้วยพลังอำนาจของอินเตอร์เน็ตบวกพวกเราทุกคนที่สามารถมาร่วมมือกันคนละเล็กละน้อยที่สร้างเรื่องยิ่งใหญ่หลายอย่าง อย่างวิกิพีเดีย ที่เป็นแหล่งชุมชนที่สามารถสร้างสารานุกรมขนาดใหญ่ หรืออย่าง YouTube.com MySpace.com และเรื่องอื่นๆ แต่ที่แน่นอนก็ต้องมีบล็อก นั่นก็เลยเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนเป็นบุคคลแห่งปี
พลังของบล็อกวันนี้ทำให้คนทุกคนสามารถบอกเล่าความคิดเห็นออกไปสู่คนทุกคนในโลกได้ วันสองวันนี้ก็ได้อ่านบล็อกหลายคนที่เขียนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เอาเฉพาะบล็อกที่อยู่ใน WordPress อย่าง พระจิ๋ว ซึ่งอาจจะเป็นบล็อกที่เป็นพระสงฆ์องค์แรกที่เขียนบล็อก พระคุณเจ้าพูดถึงเรื่องบล็อกในเรื่องชีวิตกลางกระแส blog หรืออย่างคุณ iTeau ที่เขียนในเรื่องปัญหาท้าทายของนักข่าวในยุค 2.0
ผมเองก็ติดตามเรื่องบล็อกในตอนหลังช่วงปี ๒๕๔๖ เพราะบล็อกนี่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๔๐ เป็นความสงสัยว่ามันคืออะไร หลังจากนั้นก็เริ่มอ่านบทความความคิดเห็นของบล็อกเกอร์ต่างๆโดยเฉพาะทางด้านเนื้อหาที่เกี่ยวกับงานอาชีพที่ทำอยู่ สิ่งหนึ่งที่ทำให้ถูกใจในฐานะผู้บริโภคบล็อกก็คือ เราได้เห็นมุมมองของเรื่องต่างๆจากความหลากหลายของพื้นฐานชีวิตสำหรับเรื่องที่จะออกไปในมุมสังคมศาสตร์ และได้เห็นมุมมองของคนที่อยู่ในสถานะเดียวกัน ซึ่งรวมถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์จากคนทีดำเนินกิจกรรมคล้ายๆกัน การแลกเปลี่ยนวิธีการแก้ไขปัญหา รวมถึงการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องร่วมกัน ซึ่งสิ่งที่ต่างไปจากเวบแบบเดิมก็คือ ความง่ายในการเขียนบทความ และผลของมันก็คือ การดึงดูดให้คนทั่วไปสามารถเขียนบทความต่างๆบนโลกอินเตอร์เน็ตอย่างมากมาย
ยิ่งในปีนี้บล็อกยิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งรับรู้ข่าวสารที่สำคัญในชีวิต ในเหตุการณ์สิบเก้าเดือนเก้าปีสี่เก้าภาพข่าว เนื้อหา การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ปรากฏอยู่บนบล็อก ในขณะทีสื่อปกติไม่สามารถจัดหามาบริการได้ นี่ขนาดเป็นข่าวสารระดับมวลชน และแน่นอนยิ่งเป็นข่าวสารในเชิงเฉพาะกลุ่มที่สนใจสื่อปกติยิ่งไม่สามารถตอบสนองได้ อย่างวันนี้ผมนั่งฟังเพลงวิทยุจากชิคาโก หรือเพลงละติน เพลงจีน เพลงบรรเลงจากสถานีวิทยุทั่วโลก โดยไม่เคยสนใจหน้าปัดวิทยุในเมืองไทยเลย
ณ วันนี้เรายิ่งเห็นบล็อกที่มีข้อมูล มุมมอง [...]
Posted by: Khun T on: ธันวาคม 24, 2006
นั่งอ่านนั่งฟังความคิดเห็นคนหลายคนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ผมว่าไม่มีใครพอจะคาดการณ์ได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นตามหลังมาจะเป็นอย่างไร ผมเองก็ไม่รู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร แต่ผมมีความเห็นว่ามาตรการนี้ผิดความคาดหมายมาก ปกติแล้วธนาคารกลางมีวิธีในการดูแลค่าเงินหลายวิธีตั้งแต่การใช้คำพูด การปรับอัตราดอกเบี้ย การควบคุมปริมาณเงินเข้าออก เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เราเคยเห็นกันมาในการปฏิบัติทั่วไป แล้วส่วนใหญ่ก็จะทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน จากมาตรการที่ไม่รุนแรงไปยังมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะตลาดยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ชอบเหตุเหนือความคาดหมาย
ผมเชื่อว่าถ้าถามนักลงทุนทุกระดับว่าแบงค์ชาติจะมีมาตรการมาจัดการเรื่องค่าเงินมั้ย ส่วนมากก็คงตอบว่าเป็นไปได้จนถึงค่อนข้างเป็นไปได้ แล้วมาตรการคืออะไร ก็คงเป็นเรื่องการลดดอกเบี้ย นั้นก็คงเป็นเรื่องที่อยู่ในความคาดหมาย แต่มาตรการนี้ที่ไปเริ่มที่ระดับการควบคุมการนำเงินเข้านำเงินออกถูกนำมาใช้ในช่วงแรกๆเลย ผลก็เลยออกมาอย่างวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดหุ้นลดลงอย่างเป็นประวัติการณ์
ลองมองย้อนกลับไปเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า มีคำบ่นจากภาคการส่งออกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นผมก็เฉยๆและยังมองไปในทางที่คนเหล่านี้บ่นเกินจริง เนื่องจากในช่วงนั้นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจริง แต่ไม่ได้แข็งค่าไปกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังคงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและมาคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ๕ จนกระทั่งในปีนี้น่าจะอยู่ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาที่ภาคการส่งออกก็ออกมาพูดอีกครั้งพร้อมการเปรียบเทียบว่าค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าค่าเงินในภูมิภาค สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณออกมา ก็ยังไม่รุนแรง แบงค์ชาติพูดในทำนองว่า ใช่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นกว่าภูมิภาคเมื่อเทียบระยะเวลา ๑ปี แต่ถ้าเทียบระยะเวลา ๒ ปี ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าไปกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค และแล้ววันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๙ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีประกาศ เรื่อง มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น
วันอังคารที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ พอเห็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ผมก็เศร้าทันที รีบหาข้อมูลที่เป็นฉบับแท้มานั่งอ่าน พออ่านเสร็จสิ่งที่เราแปลออกมาก็คือ
เงินต่างประเทศใดๆที่ต้องการแปลงเป็นเงินบาทจะต้องโดนหักร้อยละ ๓๐ ทันที ยกเว้นเงินที่นำเข้ามาเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ แปลว่าอะไร
แปลว่าสมมติมีนักลงทุนไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาตินำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อลงทุนเปิดโรงงาน ตอนเอาเงินเข้าแล้วแปลงเป็นไทยบาท ธนาคารต้องหักร้อยละ [...]
Posted by: Khun T on: ธันวาคม 19, 2006
ฉบับที่ 51/2549
เรื่อง มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงว่า ตามที่ ธปท. ได้ออก มาตรการดูแลเงินทุนนำเข้าระยะสั้นมาเป็นลำดับ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท และดูแลเงินบาท ไม่ให้ผันผวนเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ นั้น
ในช่วงที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีเงินทุนนำเข้าระยะสั้นเพื่อเก็งกำไรในค่าเงินบาทในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ค่าเงินบาทยังคงผันผวนและแข็งค่าขึ้นเกินกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศ จึงเห็นควรมีมาตรการ เพิ่มเติมโดยกำหนดให้สถาบันการเงินที่รับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาท ต้องกันเงินสำรองเป็นเงินตราต่างประเทศไว้จำนวนร้อยละ 30 ของเงินตราต่างประเทศดังกล่าว ส่วนที่เหลือร้อยละ 70 ให้รับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทให้แก่ลูกค้า ยกเว้นเงินตราต่างประเทศที่รับซื้อ หรือแลกเปลี่ยนเป็น เงินบาทที่ได้รับจากค่าสินค้า บริการ หรือเงินที่บุคคลหรือนิติบุคคลไทยได้รับคืนจากการลงทุนในต่างประเทศ ไม่ต้องกันเงินไว้ตามมาตรการนี้ โดยมีรายละเอียดและวิธีปฏิบัติดังนี้
1. ลูกค้าที่สถาบันการเงินกันเงินไว้จะขอคืนเงินได้ เมื่อครบกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ถูกกันเงิน โดยลูกค้าต้องแสดงเอกสารหลักฐานให้ชัดเจนว่าเงินที่ตนนำเข้ามาลงทุนนั้นอยู่ในประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปี
2. เมื่อสถาบันการเงินพิสูจน์และรับรองแล้วว่าลูกค้ารายนั้นมีการนำเข้าเงินทุนและอยู่ในประเทศไม่น้อยกว่า 1 ปีแล้ว ให้แจ้ง ธปท. เพื่อดำเนินการส่งเงินให้สถาบันการเงินคืนแก่ลูกค้าต่อไป
3. ลูกค้ารายใดนำเงินลงทุนกลับคืนก่อนครบระยะเวลา 1 ปี จะได้รับเงินคืนเพียง 2 ใน 3 ของเงินที่กันไว้
4. [...]
ความคิดเห็นล่าสุด