Thai Baht… ways to Happy and earn money

Archive for มกราคม 2007

เมื่อสามสี่ปีที่แล้วยังเห็นตัวเลขประมาณการณ์ว่า ตลาดมือถือจะถึงหนึ่งพันล้านเครื่องในปี ๒๐๐๘ ปรากฏว่าภายในปี ๒๐๐๖ ที่ผ่านมา ตลาดมือถือมียอดขายถึง ๑.๐๒ พันล้านเครื่องแล้ว

Nokia ๓๔๘ ล้านเครื่อง
Motorola ๒๑๗ ล้านเครื่อง

ในไตรมาส ๔ ที่ผ่านมา ยอดขายมือถือมีจำนวน ๒๙๕ ล้านเครื่อง ส่วนแบ่งตลาดของ ๕ อันดับแรก

Nokia ๓๕.๘%
Motorola ๒๒.๓%
Samsung ๑๑%
Sony Ericsson ๘.๘%
LG ๕.๘%

เห็นตัวเลขแล้วน่าตื่นเต้นมาก ตลาดมือถือโลกยังโตอยู่ในอัตรามากกว่าร้อยละ ๒๐ ต่อปี คงไม่แปลกใจที่บริษัท Apple ยอมตัดคำว่า Computer ออกจากชื่อของบริษัท แล้วเตรียมออก iPhone ก็ตลาดคอมพิวเตอร์ปีที่ผ่านมามีปริมาณน้อยกว่า ๓๐๐ ล้านเครื่อง และภาพรวมตลาดพีซีนี่ก็ถือว่าแทบไม่มีการเติบโตเลย
ยังไม่รู้ว่าโนเกียจะสามารถรักษาระดับส่วนแบ่งการตลาดในระดับนี้ได้หรือไม่ จำได้ว่าในช่วง ๖ ปีที่ผ่าน ปี ๒๐๐๐ ถึงตอนนี้ โนเกียเคยมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ ๔๐% ตัวเลขจะอยู่ในช่วง ๓๓-๓๖ เป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้มีคู่แข่งใหม่เข้ามาเขย่าบังลังค์ คือ Apple ที่มีชื่อเสียงในการประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจาก iPod เป็นผู้นำกระแส [...]

Book Meme: The Warren Buffett Portfolio

Posted by: Khun T on: มกราคม 24, 2007

ได้รับ Tag Book Meme จากคุณ korbua เป็น Tag ที่ให้หยิบหนังสือที่ใกล้ที่สุดมาแล้วเปิดไปหน้า ๑๒๓ เลือกประโยคที่สี่ แล้วโพสอีกสามประโยคหลังจากนั้น ก็คือ ประโยคที่ห้าถึงเจ็ด เข้าใจถูกหรือเปล่าหว่า ใส่ชื่อผู้แต่งและชื่อหนังสือ แล้วก็แท็คต่อไปอีกสองคน

“The market’s major fear of the moment is the West Coast real estate values will tumble because of overbuilding and deliver huge losses to banks that have financed the expansion.”
Now, Buffett said, none of these scenarios can be [...]

Final Score

Posted by: Khun T on: มกราคม 24, 2007

ร่วมด้วยช่วยโปรโมทอีกคนจากคุณ jommoj และ event26th เหตุเกิดขึ้นตอนเช้าวันนี้เพื่อนสมัยมัธยมโทรมาชวนไปดูหนัง ไม่ใช่เพื่อนสาวแต่เป็นเพื่อนหนุ่มนะ ก็โรงเรียนผมชายล้วนนี่ ผมก็เลยถามเรื่องเรื่อง Final Score : 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ ใช่มั้ย เพื่อนตอบว่าใช่ บอกว่ารุ่นเราปิดโรงหนังหนึ่งรอบเพื่อไปดูด้วยกัน
คงเดาออกกันว่าผมเลือดชมพูฟ้า จบจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่หนังเรื่องนี้เลือกไปใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำพร้อมกับชีวิตนักเรียนรุ่นน้อง ที่ผมอยากดูมากที่สุด ไม่รู้ในหนังจะมีหรือเปล่า คือฉากสุดท้ายของการเป็นชีวิตนักเรียน สมัยผมจะมีการประชุมในหอประชุมสวนกุหลาบรำลึก เรียกว่าวันจากเหย้าชาวสวนฯ ทุกคนจะร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรกัน ใครไม่เคยเห็นผู้ชายวัยหนุ่มตัวโข่งร้องไห้ ไปดูได้เลย ผมกล้าพูดเลยว่า ไม่มีใครที่น้ำตาไม่ไหลในวันนั้น โดยเฉพาะเมื่อร้องเพลงนี้
 
เพลงจากแดนสวนฯคำร้อง-ทำนอง : ครูทวี ชัยเจริญ
 
จากแดนสวนฯ ไป ขอฝากดวงใจ อยู่ในแดนนี้เฝ้าร่วมรัก ภักดีไม่มีเคลื่อนคลอน ขจรทุกที่ ถิ่นมีความหมาย
จากไปไม่ลับเลือน น้องพี่และเพื่อน จากเรือนไปแต่กายตราบชั่วดิน และสิ้นแผ่นฟ้ามลาย อดใจมิวาย คิดไม่คลายแม้วายลมปราณ
ก่อเกื้อการุณ เปี่ยมเปรมพระคุณ ท่านอุดหนุนคุณผ่านศิษย์สวนฯ มี ดีด้วยอาจารย์ ผ่านพ้นปวงมาร ถูกผลาญเพราะคุณค้ำใจ
*โอ้แดนสวนฯ นี้ นั้นเปรียบชีวี แต่นี้ต้องจากไกลเผ้าอาดูร ครวญคร่ำร่ำร้องเรียกไป แต่สวนฯ หวนไห้ ขอฝากใจไว้ในสวนฯ [...]

ฉันต้องการความสุข

Posted by: Khun T on: มกราคม 21, 2007

หลายคนมักพูดว่าฉันต้องการความสุข วันนี้มีวิธีง่ายๆในการหาความสุข เอาล่ะนะ หยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนลงไปว่า “ฉัน ต้องการ ความสุข” เขียนตัวใหญ่ๆหน่อย จะได้เห็นง่ายๆ
“ฉัน ต้องการ ความสุข”
ขั้นต่อไป หาปากกา ดินสอสี หรือ หมึก เอาสีแดงดีกว่า ได้มาแล้ว ก็ขีดฆ่าคำว่า ฉัน แล้วก็คำว่า ต้องการ
“ฉัน ต้องการ ความสุข”
ง่ายๆแค่นี้เอง เพียงแค่ตัดฉันหรือตัวกูตามคำท่านพุทธทาสว่าไว้ และตัดต้องการ ความอยากได้ใคร่มี เราก็จะเหลือความสุขให้กับชีวิตของเรา

Sleepless in Seattle (1993)

Posted by: Khun T on: มกราคม 16, 2007

เมื่อพ่อหม้ายหนุ่ม Sam Baldwin เพิ่งสูญเสียภรรยาสุดที่รักไป ด้วยความเศร้าโศกทำให้ไม่อยากอยู่ในเมืองเดิม สถานที่เดิมๆที่เคยใช้ชีวิตกับภรรยา ตัดสินใจพาลูกชาย Jonah ย้ายไปอาศัยอยู่ที่ซีแอทเทิล เมืองที่อยู่อีกฝั่งทวีปจากที่เดิม วันหนึ่งลูกชายวัยแปดขวบโทรไปร่วมรายการวิทยุและบอกกับรายการว่าอยากให้พ่อมีผู้หญิงใหม่ สาวๆทั่วอเมริกาได้ยินทางวิทยุก็ติดต่อเข้ามา รวมถึง Annie ที่ติดต่อเข้ามาทางจดหมาย ซึ่งแซมก็ไม่สนใจ แต่โจนาห์ตอบจดหมายกลับและนัดหมายให้เจอกันบนยอดตึก Empire State ในวันวาเลนไทน์
หลายคนคงดูหนังเรื่องนี้แล้ว เป็นเรื่องหนึ่งที่น่ารัก ตลก และโรแมนติก เป็นหนังน้ำเน่าที่ชอบดูเรื่องหนึ่งเลย พอดีเขียนเกี่ยวกับ The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference เลยนึกถึงฉากที่ด็อกเตอร์มาร์เซียถามแซมว่า ภรรยาของแซมมีอะไรที่พิเศษ แล้วแซมตอบว่า เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆเป็นล้านที่เมื่อรวมกันเข้า เป็นความพิเศษของเธอ
Doctor Marcia Fieldstone: Tell me what was so special about your wife? Sam Baldwin: Well, how long [...]

The Tipping Point

Posted by: Khun T on: มกราคม 16, 2007

อ่านหนังสือ Freakonomics แล้ว เกิดความรู้สึกคุ้นๆกับแนวความคิดที่เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นอาจมาจากสาเหตุที่เราคิดไม่ถึง ใน Freakonomics ได้หยิบยกตัวอย่างหลากหลายอย่าง นักการเมืองที่ชนะการเลือกตั้งเป็นเพราะใช้เงิน หรืออย่างการลดลงของอาชญากรรมที่ไม่ได้ลดลงตามความเชื่อแบบสดวก แต่เกิดจากการที่มีการออกกฏหมายทำแท้ง ซึ่งผู้เขียนก็อธิบายแจกแจงบนฐานแนวคิดเศรษฐศาสตร์ แต่ในหนังสือ The Tipping Point ที่มีจุดสำคัญที่ผู้เขียนนำเสนอคือ How Little Things Can Make a Big Difference เป็นหนังสือที่อธิบายสาเหตุของการเกิดเรื่องราวใหญ่ๆในมุมมองของสังคมมศาสตร์
หนังสือ The Tipping Point เล่มนี้ออกมาหลายปีแล้ว และผู้เขียนเป็นคนเดียวกันที่เขียน Blink: The Power of Thinking Without Thinking หนังสือ Blink ออกทีหลัง ใน The Tipping Point นำเสนอว่าเรื่องเล็กๆหรือเหตุการณ์เล็กๆเป็นจุดที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์สร้างเทรนด์หรือแฟชั่น หรือสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่ อย่างทำไมอยู่ดีๆ รองเท้า Hush Puppy ถึงได้กลับมาเป็นที่นิยม เป็นสินค้าที่อยู่ๆนักออกแบบเครื่องแต่งกายเรียกหาไปใช้ร่วมกับงานแสดงกันอย่างมากมาย จากที่ Hush Puppy มีเหลือวางขายแต่ตามร้านค้าเล็กๆหรือร้านค้าตามห้องแถว กลายเป็นสินค้าที่ทุกห้างสรรพสินค้าเรียกหานำไปวางขายทุกมอลล์ในอเมริกา
คนที่ทำงานในสาขาการตลาดคงคุ้นเคยกับคำว่า [...]

Freakonomics

Posted by: Khun T on: มกราคม 14, 2007

 เห็นคำวิจารณ์หนังสือ Freakonomics มานานแล้ว เคยหยิบๆจับๆมาอ่าน และอ่านคัดย่อมาบ้าง ก็ยังคิดว่าถ้ามีเวลาจะหามาอ่านแบบจริงๆจังๆซะที ปกติเคยเชื่อมาตลอดว่าว่า คำถามสำคัญกว่าคำตอบ คำถามที่ดีจะนำไปสู่ความจริง หนังสือเล่มนี้มีรูปแบบคล้ายคลึงกัน ทีตั้งคำถามท้าทายความเชื่อแบบสดวก (Conventional Wisdon) และเป็นคำถามที่น่าสนใจ โดยมีกรอบแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์มาช่วยวิเคราะห์และหาคำตอบ
ทำไมโสเภณีถึงมีรายได้มากกว่าสถาปนิก ทั้งๆที่สถาปนิกต้องมีความสามารถที่สูงกว่า มีความรู้ที่มากกว่า
หรืออย่างคนโดยทั่วไปเชื่อว่าคนขายยาเสพติดรายได้ดี แล้วทำไมคนขายยายังอยู่อาศัยกับแม่
หรืออย่างความเชื่อทั่วไปที่คนเราหรือผู้บริโภคต้องการได้ผลลัพธ์สูงสุด แล้วทำไมคนเราไม่โกง ไม่ขโมย
หนังสืออาจตอบคำถามต่างๆ ที่เราอาจเชื่อหรือไม่เชื่อ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ความสนุกอยู่ที่มุมมองที่แปลกแต่ยังอยู่บนพื้นฐานความรู้ทางเศรษฐศาสตร์
พูดถึงคำถามข้อแรกที่ผมยกมานี่ก็มาจาก Winner Take All model เพราะอาชีพสถาปนิกและอีกหลายๆอาชีพอย่างนักแสดง ถ้าหากประสบความสำเร็จ จะทำให้เกิดรายได้มหาศาล นี่เลยเป็นที่มาที่ทำให้มีคนใหม่ๆเข้ามาในสายอาชีพนั้นๆ เลยทำให้สถาปนิกที่ไม่มีชื่อเสียงอาจมีรายได้ที่ไม่สูง นักแสดงที่ยังไม่ดังก็อาจมีรายได้ที่ไม่สูง นี่ก็คล้ายๆกับตลาดหุ้นที่มีพลังดึงดูดคนใหม่ๆเม็ดเงินใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ เพราะบนยอดของปิรามิดที่มีคนจำนวนน้อย แต่มีสัดส่วนส่วนแบ่งที่สูงกว่าคนที่อยู่ตรงฐานปิรามิด ธุรกิจเทคโนโลยี่เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีความเหมือน เป็นธุรกิจที่ผู้ชนะสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งเราคงไม่เห็นในธุรกิจร้านอาหาร
คนเขียนหนังสือมีบล็อกด้วยอยู่ที่ http://www.freakonomics.com/blog/ ลองแวะไปอ่านได้

Blog-Tag: Khun T

Posted by: Khun T on: มกราคม 9, 2007

และแล้วก็มาถึงตาผมแล้ว หลังจากเริ่มเห็น Blog-Tag ค่อยๆแพร่ระบาดไปทั่ว ตอนนี้คุณ Jommoj ส่ง tag มาแล้ว เลยค้นคว้าข้อมูลว่ามันมาอย่างไร ก็เจอว่ามาจากบล็อกนี้ The Jeff Pulver Blog และเพิ่งเริ่มเล่นเมื่อ ๑๐ ธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง
เรื่องของ Khun T ที่คุณอาจไม่เคยรู้
๑. จำชื่อคนไม่แม่น จำหน้าคนไม่ได้
เป็นคนที่จำเรื่องราวมากกว่าบุคคล เวลาจะเอ่ยถึงบุคคลที่สาม ต้องสาธยายเรื่องมากมายเผื่อให้คู่สนทนาเอ่ยว่า อ้อชื่อนั้นชื่อนี้หรือเปล่า มีคราวหนึ่งเรื่องนี้น่าอายมาก เพราะเคยทักชื่อลูกค้าผิด ยังดีที่ยังซื้อของเราต่อ
๒. เกือบไม่รอด
นานมากแล้วตอนนั้นกลุ่มไนท์สปอตทำธุรกิจคอมพิวเตอร์ ผมก็ยังเด็กๆอยู่เลย แต่เล่นเครื่องคอมเป็น ไปแฮงค์อะราวด์ที่ไนท์สปอตบ่อยๆ พี่ๆที่นั้นเลยชวนให้ไปช่วยขายในงาน Computer Thai รับปากทันทีก็พี่ให้ค่าจ้างด้วย เหตุเกิดวันสุดท้ายที่เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ที่ลานจอดรถ ตอนงานเลิกแล้ว เก็บของขึ้นรถกระบะมีหลังคา แล้วเราก็นั่งที่ท้ายรถ จำไม่ได้ว่าคิดอะไรอยู่ตอนนั้น แต่ผมดันยืนขึ้นบนกระบะแล้วยื่นหัวออกไปเหนือหลังคาเหมือนดูทางว่ากำลังไปทางไหน ถ้าคุ้นลานจอดรถเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว จะจำได้ว่าเพดานมาสูงกว่าหลังคารถกระบะนิดเดียว โชคดีที่พี่ที่นั่งด้วยฉุดตัวลงมาทัน ไม่งั้น……….
๓. เล่นเกมส์กด เกมส์บอย เกมส์คอมพิวเตอร์
ต้องเรียกว่างอมแงมเลย เล่นเกมส์ตู้อย่าง Pac-man ได้เป็นวันๆ ตอนนั้นเล่นจนคิดสูตรเล่นได้ หยอดเหรียญเดียวเล่นได้ทั้งวัน
๔. [...]

เงินที่น่าเสียดาย

Posted by: Khun T on: มกราคม 9, 2007

เคยมั้ยครับที่เสียเงินแบบไม่น่าเสีย ช่วงนี้ไปดูฝรั่งคุยกันเรื่องนี้ ก็เลยลองทำรายการที่พวกนั้นคุยกันขึ้นมา

ลงทุนในหุ้น อนุพันธุ์ สินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า แล้วขาดทุน
ลงทุนในที่ดิน แล้วรู้ที่หลังว่า ที่ที่ได้มีขนาดน้อยกว่าที่ต้องการ
ซื้อเสื้อผ้าเต็มตู้ แต่ชอบจริงๆไม่ถึงครึ่ง
ซื้อคูปองส่วนลด แล้วมาอ่านทีหลังว่า ต้องซื้อสินค้าก่อนจนถึงส่วนลดที่จะให้แล้วถึงได้ส่วนลด
ซื้อเครื่องออกกำลังกาย ใช้ไม่ถึงสามเดือน เบื่อเลิกใช้
สมัครสมาชิกศูนย์ออกกำลังกาย แล้วไม่ไป
ซื้อเครื่องตกแต่งบ้านมากเกิน เก็บไว้ในโรงรถ ใต้ถุนบ้าน
ถอยรถชนโน่นชนนี่ เสียเงินค่าซ่อม
ปล่อยหมาไว้ในรถระหว่างซื้อของ กลับมา หมากัดเบาะเข็มขัดนิรภัย ต้องเปลี่ยนเบาะและเข็มขัดใหม่
ซื้อของมาแล้ว ไม่ได้เอาไปคืน (ข้อนี้เพราะที่อเมริกามีโปรโมชั่น ซื้อของแล้วไม่ชอบ คืนเงินให้ได้ในสามสิบวัน) 
ฯลฯ

เป็นตัวอย่างที่อ่านผ่านๆมา พออ่านเสร็จก็มานึกถึงตัวเอง เราเสียเงินที่ไม่ควรเสียอะไรไปบ้าง อืมม์ ค่าสมาชิกออกกำลังกาย จ่ายทั้งปีแต่ไปแค่สองสามเดือนแรก เครื่อง PDA สมัยแรกๆเลย ใช้ไม่กี่เดือน ก็เลิกใช้ คงมีอีกแหละ ที่เล่านี่เรื่องเก่ามาก เม็ดเงินค่อนข้างสูง ช่วงหลังๆนี่ก็ยังมีอยู่บ้าง แต่เสียเงินไม่มาก
นั่งคิดดูตอนก่อนซื้อมักจะคิดว่า นี่เป็นของที่อยากได้มาก เป็นของที่จำเป็น ถ้าซื้อแล้วจะทำให้เราดีขึ้นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอซื้อมาจริงๆมันก็งั้นๆ ใช้สองสามทีก็เลิก หายเห่อ หรือความโลภ หรือพฤติกรรมของคนเราบางอย่างที่ทำให้เสียเงินไปโดยใช่เหตุ
แล้วพวกเราใครเคยมีเงินที่น่าเสียดายมั่งหรือเปล่า ถ้าคิดไม่ออก ลองเปิดตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า ห้องเก็บของ ดู้เก็บของ ลิ้นชัก หรือที่ไหนในบ้านที่เราเก็บของ แล้วดูว่ามีอะไรที่เราเสียดายหรือเปล่า

Happy Birthday

Posted by: Khun T on: มกราคม 7, 2007

กลับไปย้อนดูวันแรกที่เขียนสวัสดี ทักทายรู้จักกันก่อนคือวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๙ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปหนึ่งปีแล้ว ขอขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนมาทักทาย
กลับไปนั่งอ่านความคิดตัวเองที่เขียนมา ก็ยังคิดว่าเขียนเรื่องความสุขในชีวิตน้อยไป สงสัยเป็นเพราะส่วนตัวไม่มีความสุขในชีวิตแน่เลย
หรือว่าจริงๆแล้วเราควร ลด ละ เลิก การมีทุกข์ โดยไม่ต้องมุ่งหาความสุข เพราะเมื่อไม่มีความทุกข์ ความรู้สึกเป็นสุขก็เกิดขึ้นเอง
แต่อย่างหนึ่งที่ผมอยากมีเพิ่มคือความสนุก ใครมีความคิดเกี่ยวกับความสนุก มาบอกกล่าวเล่าสู่กันได้เลยนะครับ ยิ่งเป็นความสนุกที่เกี่ยวข้องกับเงินๆทองๆในทางที่ดี เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในทางที่ดี อย่าง
เก็บเงินให้สนุก
หาความสนุกโดยไม่ใช้เงิน
เล่นหุ้นให้สนุก
ทำงานให้สนุก
อยู่บ้านให้สนุก
ฯลฯ
แล้วเมื่อผมมีประสบการณ์อย่างนี้จะมาเล่าให้ฟัง แล้วดูซิว่าปีนี้จะมีความสนุกเพิ่มขึ้นด้วยกันหรือเปล่า


ค้นหาบทความตามวัน

มกราคม 2007
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

a

Hey! Let’s Have Fun!

Has it been so long since you had fun,
put toxic emotions on the run?
Do those chores really have to get done?
Walk around the block in the rain or sun.

Read More here

Kid in rain
Creative Commons License

ผู้มาเยี่ยมชม

  • 158,470 คน

ป้ายกำกับ