Posted by: Khun T on: พฤษภาคม 31, 2007
เป็นปรากฏการณ์ที่นานมากแล้วที่ไม่เคยเลยที่ Bill กับ Steve อยู่บนเวทีเดียวกัน ครั้งนี้ทั้งสองเข้าร่วมเป็นแขกในงาน D5 conference
ฉากแรกเริ่มต้นโดยการฉายคลิปบางส่วนจากงาน Apple Event และเล่นเกมส์ Macintosh Dating Game ที่ย้อนหลังกลับไปสมัยปี 1983 ใครที่โตมากับพีซีหรืออยากเห็นบุคคลในตำนาน ผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดภาพอุตสาหกรรมพีซีอย่างที่เราเห็นกันอยู่ในวันนี้
http://d5.allthingsd.com/20070530/video-steve-jobs-and-bill-gates-prologue/
หลังจากนั้นเป็นการสัมภาษณ์ Steve และ Bill ในแง่มุมต่างๆ ทั้งความสัมพันธ์ส่วนตัว ภาพของเทคโนโลยีที่กำลังเป็นไปในอนาคต
มีบางเรื่องที่สะท้อนความคิดที่แตกต่างะหว่างทั้งสองคน Steve บอกว่า Apple เป็นบริษัทซอฟท์แวร์แต่ทำฮาร์ดแวร์ด้วยตัวเอง ในขณะที่ Bill เองซึ่งแน่นอนว่า Microsoft เป็นบริษัทซอฟท์แวร์แน่ๆ และอยากทำแต่ซอฟท์แวร์ เพื่อที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเกิดต่อเนื่องจากคนอื่นๆที่นำซอฟท์แวร์นั้นๆไปประกอบหรือพัฒนาต่อในรูปแบบฮาร์ดแวร์ต่างๆ และต้องฟังกันเองว่า Steve ว่ายังไงกับสิ่งที่ Bill ว่าไว้
มีการพูดถึงรูปแบบซอฟท์แวร์ที่ทั้งสองเห็นด้วยตรงกันว่า การมี rich client ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมาก หรือถ้าแปลอีกอย่างก็คือ ยังไม่ถึงเวลาที่จะมีพีซีที่มีแค่ internet browser แล้วสามารถทำได้ทุกอย่าง หรือแปลอีกอย่างก็คือ ตลาดพีซียังต้องมีอยู่ต่อไป เบื้องหลังทั้งสองธุรกิจยังผูกกับตลาดคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปแบบใดๆก็ตาม จริงๆทั้งสองยังยืนยันว่าตลาดพีซียังมีอนาคตอยู่ต่อไป
ถึงแม้จะฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สนุกและขำตาม จริงๆภาษาที่ใช้ไม่ยากมากนะครับ คงต้องมีข้อแม้ว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับอุตสาหกรรมพีซีในช่วงยี่สิบสามสิบปีที่ผ่านมาจะช่วยได้มากในช่วงแรก [...]
Posted by: Khun T on: พฤษภาคม 24, 2007
“A long time ago in a galaxy far, far away….”
แฟนๆคงจำกันได้ดีว่าวันนี้ 25 พฤษภาคม 1977 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว อัศวินเจไดออกมาต่อสู้กํบจักรวรรดินิยมและทรราชผู้ชั่วร้าย พร้อมกับหุ่นยนต์ผู้ช่วย R2-D2 และ C-3PO
วันนี้เขียนเพียงเพื่อรำลึกถึง คนที่เป็นแฟนอยู่แล้วก็รู้จักดี และอาจจะดีกว่าผมด้วย คนที่ไม่ใช่แฟนก็คงมองข้ามไป หวังว่า George Lucas คงจะทำหนังสตาร์วอร์ออกมาอีก
May the Force be with you
Posted by: Khun T on: พฤษภาคม 22, 2007
จำได้ว่าฝรั่งจะพูดว่าจุดเริ่มต้นของตลาดหมีก็คือจุดที่ราคาหรือดัชนีตกลงมากกว่า 20% แล้วจุดสิ้นสุดก็คือจุดที่สามารถกลับมาทำจุดสูงสุดใหม่ เมื่อคืนนี้ก็น่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของตลาดหมีในตลาดหลักทรัพย์ที่อเมริกา เพราะดัชนี S&P 500 สามารถไต่ระดับขึ้นไปถึง 1529.87 ราคาปิดสูงสุดเดิมอยู่ที่วันที่ 24 เดือน 3 ปี 2000 ณ ระดับที่ 1527.46 เสียดายที่เมื่อคืนปิดได้ที่ระดับ 1525.1 ไม่สามารถปิดในระดับที่สูงใหม่ได้ คืนนี้คงต้องลุ้นกันใหม่
อีกดัชนีหนึ่งที่คนรู้จักกันแพร่หลายคือ ดัชนีดาวโจนส์ ดัชนีนี้ทำยอดสูงสุดใหม่มาหลายเดือนแล้ว แต่ก็ใช้เวลาประมาณ 7 ปี พอๆกัน ตอนนี้ก็ยังเหลือดัชนีนาสแด็กส์ที่ยังอยู่ห่างไกลจากจุดสูงเดิมมาก
คำโบราณว่า ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ยังทำงานได้ดีในตลาดหุ้นอเมริกา ของไทยเราผ่านไปเป็นสิบปีแล้วยังไปอีกห่างไกลมากที่จะเห็นดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่ สงสัยของไทยต้องเปรียบเทียบ (benchmark) กับดัชนีนาสแด็กส์ ดูว่าใครจะสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ก่อนกัน
นั่งดูๆแล้วก็เกิดข้อสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ ทำไมคนเชื่อว่าเงินดอลล่าร์จะอ่อนค่าลงต่อเนื่องจากการขาดดุลการค้าอย่างมโหราฬ แต่ยังมีคนนำเงินลงทุนในหลักทรัพย์อเมริกาต่อไป คนพวกนี้ไม่กลัวว่าทรัพย์สินที่ถืออยู่จะอ่อนค่าลงจากการอ่อนค่าของสกุลเงินหรือ
หรือว่าเราซึ่งรวมถึงนักวิจารณ์ทางเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายเข้าใจอะไรกันผิดอยู่ หรือว่าวันนี้ในภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศกับภาวะเศรษฐกิจของกิจการไม่จำเป็นต้องเดินไปในทางเดียวกัน
อาจะเป็นเพราะโลกแบนอย่างที่เขาว่ากัน ทำให้ขอบเขตทางประเทศลดความสำคัญลงไปกว่าสมัยก่อน โลกเรากำลังกลายเป็นพื้นที่ร่วมกันในเชิงธุรกิจและการค้า ถึงแม้จะมีข้อกำหนดต่างๆทั้งกฏหมาย ภาษา วัฒณธรรม แต่การทำการค้าก็สามารถออกแบบสินค้าสำหรับคนทั้งโลกได้
กลับมาเรื่องหุ้น เขาว่ากันว่าเป็นรอบๆ ตลาดหุ้นในอเมริกาดูๆแล้วเป็นการเดินหน้าในลักษณะ s-curve มีความสามารถในการสร้างจุดสูงใหม่ไปเรื่อยๆ มิน่าถึงมีคำแนะนำในการซื้อดัชนี เป็นทางเลือกในการลงทุนที่เหมาะสมมากๆกับสภาพตลาดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา หวังว่าจะยังเป็นต่อไปในอนาคต
ตอนนี้ตลาดหุ้นเมืองจีนน่าสนใจในการติดตามมาก ปีที่แล้วขึ้นมาร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์ ปีนี้ขึ้นมากว่า 50% แล้ว ตอนนี้ต้องท่อง soft landing, [...]
Posted by: Khun T on: พฤษภาคม 14, 2007
นั่งดูโฆษณาต่างๆมีความรู้สึกอินกับบางโฆษณา โดยเฉพาะโฆษณาของธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่เกี่ยวข้องกับการบริการลูกค้าตามสำนักงานสาขาของธนาคาร มีความรู้สึกเห็นดีเห็นงามไปด้วย และเป็นเรื่องจริงอย่างที่เราเองประสพมา
ไม่เหมือนโฆษณาอื่นๆที่มีความรู้สึกว่าไม่เห็นเป็นจริงเลย คนในโฆษณาดีๆ แต่ตัวแทนที่เราเจอไม่เห็นจะประพฤติตัวตามนั้นเลย
SCB ไม่ได้เป็นธนาคารแรกที่ลุกขึ้นมาปรับปรุงองค์กร แต่น่าจะเป็นธนาคารแรกที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการออกมาเป็นรูปธรรมมากที่สุด ธนาคารอื่นอาจจะทำสาขาใหดูดีทันสมัยมากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้ดีขึ้น แต่ SCB ทำได้มากกว่าคือการเปลี่ยนพนักงานส่วนใหญ่ให้เป็นผู้ให้บริการที่ดีได้
ผมไม่ได้ใช้บริการทุกหลาย แต่ก็ผ่านการใช้บริการมาหลายที่ เสียดายที่ไม่เคยใช้บริการธนาคารกรุงศรีอยุธยา(BAY) และธนชาติ(TCAP) เลยไม่รู้ว่าธนาคารที่ลุกขึ้นมาทำ rebranding กับธนาคารน้องใหม่ จะปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมที่ดีกว่าที่อื่นหรือเปล่า
แต่จำได้ว่าช่วงสองปีที่แล้วที่ SCB ลุกขึ้นมาประกาศว่าจะเปลี่ยนแปลง แรงต่อต้านภายในมีมากขนาดไหน สื่อถึงกับเสนอข่าวว่าพนักงานธนาคารเครียดจัดถึงกับจะฆ่าตัวตาย แต่เพียงสองปีทุกอย่างก็สามารถผ่านไปด้วยดี พร้อมกับเสียงชื่นชมจากลูกค้า อย่างน้อยในบรรดาคนใกล้ตัวผมก็รู้สึกไปในทางที่ดี
การที่ธนาคารสามารถปรับเปลี่ยนได้ขนาดนี้ต้องได้รับการร่วมมือร่วมใจจากพนักงานเป็นส่วนใหญ่ แต่งานนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงฝีมือผู้บริหารได้เป็นอย่างดี ทีมงานที่สามารถเปลี่ยน status quo โดยเฉพาะในธุรกิจธนาคาร ที่ถือว่าเป็นธุรกิจที่อนุรักษ์นิยมสุดๆ และยังเป็นธนาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย
คนที่ถือหุ้นธนาคารนี้อยู่ก็น่าจะสบายใจว่าธนาคารนี้มีคุณภาพของผู้บริหารที่เก่งและทำได้ ผมก็รอดูว่าการพัฒนาต่างๆที่เกิดขึ้นมาตลอดนี้จะมีผลอย่างไรต่อผลดำเนินงานของกิจการ
ขอเป็นกำลังใจและขอแสดงความชื่นชมให้กับพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ทุกคน
ความคิดเห็นล่าสุด