Posted by: Khun T on: ธันวาคม 2, 2007
มีโอกาสไปร่วมงานทำ KPI หรือ Key Performance Indicator ให้กับลูกค้า เลยมานั่งคิดถึงว่าพวกเราควรมีตัวชี้วัดในชีวิตของเราเองหรือไม่ เกริ่นนำนิดหน่อยสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นกับคำนี้ โดยพื้นฐานแล้วทุกคนคงมีเป้าหมายแล้วก็มีแผนงานที่จะกระทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ในบรรดาคนเล่นหุ้นทั่วไปก็คงมีเป้าที่จะได้ผลตอบแทนต่อเม็ดเงินลงทุนเท่าไหร่ต่อปี ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ง่ายตัวชี้วัดก็คือผลตอบแทนการลงทุนต่อปี ซึ่งเราสามารถตั้งตัวชี้วัดตั้งแต่เริ่มต้นที่ตั้งเป้าหมายแล้วก็ดูไปเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกเดือน ทุกไตรมาส แล้วก็ตอนสิ้นปีที่วางแผนไว้ ในช่วงระหว่างปีที่เราติดตามมา ถ้าหากตัวชี้วัดหรือผลในระหว่างทางเริ่มส่อไปในทางที่อาจทำให้เชื่อว่ามีความเยงที่เราอาจไม่ถึงเป้าหมายในปลายปี เราจะได้เริ่มกำหนดวิธีการแก้ไขปรับปรุงวิธีทำงาน หรือเลวร้ายสุดก็ต้องเปลี่ยนเป้า
คงพอจะเห็นภาพกันบ้างว่าตัวชี้วัดนี้คืออะไร คราวนี้ในชีวิตเราเราฝันกันอย่างไรบ้าง ในเรื่องการลงทุนและในมุมมองทางด้านการเงินด้านเดียว ผมมีตัวชี้วัดที่ใช้อยู่วันนี้คร่าวๆแบบนี้
ทั้งหมดนี้พอตอบโจทย์ใหญ่ๆด้านการเงินของชีวิตได้ ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน แผนการเกษียณในกรณีที่ไม่สามารถทำงานได้ต่อ เพราะชีวิตนี้คงทำงานเรื่อยๆตราบใดที่งานนั้นมีความหมายและอยู่ในเรื่องที่สนใจ อิสรภาพทางการเงิน คือจุดที่ไม่ต้องทำงานก็อยู่ได้ในสภาพชีวิตที่ต้องการ
ตัวชี้วัดเหล่านี้มองแค่มุมมองด้านเดียว แต่ชีวิตมีหลายด้าน ในโลกธุรกิจยังทำ Balanced Scorecard ในชีวิตเราก็คงต้องพัฒนาเป้าหมายและแนวทางในการดำเนินชีวิต หรือแผนยุทธศาสตร์ประจำตัว ที่ตอบโจทย์ในมุมมองด้านต่างๆ และหาตัวชี้วัดเหล่านี้ ทั้งเรื่องของด้านตัวเราสุขภาพสันทนาการและความรู้ ด้านสัมพันธภาพในครอบครัวเพื่อนฝูงและสังคม หรืออาจเป็นด้านเรื่องคุณค่าในชีวิตทั้งเรื่องการทำบุญการทำงานเพื่อสังคมต่างๆ
เดี๋ยวมีเวลาว่างๆคงจะพัฒนาออกมาเป็น Management Dashboard หรือ Management Cockpit สำหรับส่วนตัวขึ้นมา เอาแบบมีกราฟ เข็มวัดระยะ เหมือนที่ทำให้ลูกค้าบน SharePoint Server เลย อืมม์ข้อนี้คงกลายเป็น New year resolution ข้อหนึ่งสำหรับปีใหม่ที่จะมาถึง
Helloooo,
โห…ขยันจัง ไม่คิดว่ายัง update อยู่
อิฉันไม่ได้เข้ามาอ่านนานมากๆแล้ว
สบายดีหรือเปล่าคะ
ปล. สงสัยว่า comment ของอิฉันมันหายไปไหนหมด
อิฉันมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ
Merry Xmas
หายไปนานเลยนะคะคุณ
อิฉันมาสวัสดีปีใหม่ค่ะ
พรุ่งนี้วันสิ้นปีจะไปวัด (ฟังดูแก่เนอะ) กับแม่ของลูกศิษย์
แล้ววันปีใหม่อิฉันจะกลับบ้านไปหาแม่ค่ะ
คุณทีล่ะ จะไปเที่ยวไหนบ้าง
ขอบคุณสำหรับบทความครับ น่าสนใจมากเลยครับ
ธันวาคม 4, 2007 ที่ 3:50 pm
พัฒนาเสร็จคงยอดเลยค่ะ จอมก็ว่าดีนะคะ Khun T เห็นเป็นกราฟเข้าใจกันได้ดีเชียวค่ะ อีกนัยคือ กระตุ้นได้ดีเชียว เพราะบางทีเป็นเพียงตัวเลข ตัวหนังสือ ก็เข้าใจนะคะ แต่มันไม่ค่อยกระตุ้นซักเท่าไหร่
จอมพยายามทำบัญชีรายรับจ่ายของตัวเองอยู่พักนึง แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมันมากนัก จริงๆ อาจคงเป็นเพราะตัวเลขที่เห็นมันไม่ค่อยกระตุ้นเท่ากราฟก็ได้มั้งคะ และตัวเองก็ขี้เกียจทำกราฟ เลยนิ่งๆ กับมันไป
อวยพรค่ะ ทำตาม NY Resolution ให้ได้นะคะ