Posted by: Khun T on: มีนาคม 29, 2008
มีวิธีการลงทุนในหุ้นแบบหนึ่งที่มีคนเชื่อกันและแนะนำกันมาก็คือการเลือกบริษัทดีๆแล้วซื้อและถือไปเรื่อยๆ (Buy and Hold strategy) ซึ่งคำขยายความเพิ่มเติมสำหรับคนที่ไม่มีเวลาในการศึกษามากก็คือ เลือกบริษัทที่ใหญ่ที่สุด (ซึ่งน่าเชื่อว่า เป็นบริษัทดีที่สุด เพราะตลาดตัดสินมาแล้ว) ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม
จากการที่สังเกตการณ์ในรอบห้าปีที่ผ่านมา หุ้นขนาดใหญ่ที่ผมตามก็ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่เลวเลยอยู่ที่ 9% ต่อปีไม่รวมปันผล หุ้นธนาคารขนาดใหญ่ล้วนแต่ขึ้นมาประมาณเท่าตัว ซึ่งเทียบเป็นผลตอบแทนประมาณ 15% ต่อปีไม่รวมปันผล และไม่ต้องพูดถึงกลุ่มพลังงานทั้ง ปตท หรือ ปตทสผ ที่ราคาหุ้นโตเกือบสิบเท่า
ในรอบห้าปีที่ผ่านมาเราผ่านสภาวะการลงทุนที่เริ่มจากจุดต่ำ แล้วก็มีความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้น แล้วก็ฟื้น แล้วก็มาอยู่ในจุดกลางๆในรอบสามปีหลังที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสภาวะตลาดที่น่าจะพอเป็นตัวแทนให้เห็นวงจรของเศรษฐกิจโดยทั่วไป หรือพูดง่ายๆว่าถ้าไม่มีเหตุการณ์บวกลบอย่างแรงเราคงเห็นสภาพรวมออกมาทำนองนี้อีก
การลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่ทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆได้ดี ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนเราต่ำลง ในมุมมองผมส่วนตัว ผมเห็นการปรับตัวแบบมีนวัตกรรมจากอุตสาหกรรมการเงินธนาคาร ซึ่งโดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์ที่เคยเขียนไปแล้ว และกลุ่มที่ดินแลนด์แอนเฮ้าส์ที่ทำบ้านเสร็จก่อนขาย ในขณะทีบริษัทใหญ่อื่นๆอาจมีการปรับตัวในเชิงเฉพาะแค่โครงสร้างธุรกิจ เพิ่มลดสัดส่วนรายได้กำไรจากกลุ่มธุรกิจหรือตลาดต่างๆมากน้อยไปตามกลยุทธ์ของแต่ละที่ แต่ไม่มีใครที่โดดเด่นเท่าสองที่ที่กล่าวมา ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดในการดำเนินธุรกิจเลย
สิ่งหนึ่งที่เห็นและยังตอกย้ำความเชื่อของผมโดยส่วนตัวก็คือ อย่าไปยุ่งกับหุ้นรัฐวิสาหกิจ ดูทั้งธนาคารกรุงไทย สายการบินการบินไทยแล้ว ทั้งผลดำเนินการและราคาหุ้นแล้วเหนื่อยใจจริงๆ กลุ่มน้ำมันอย่าง ปตท ปตทสผ อาจมีข้อแตกต่างอยู่สองอย่าง หนึ่งคือสภาวะภายนอกหรือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นขับดันให้ธุรกิจเดินหน้าไปค่อนข้างดี อีกส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ ปตทสผ ที่เริ่มต้นกิจการมาโดยทำงานกับต่างประเทศตลอด เลยอาจจะช่วยปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่ต่างกันออกไปจากรัฐวิสาหกิจอื่นๆ
บริษัทขนาดใหญ่ถึงแม้จะอุ้ยอ้ายไปบ้างแต่เมื่อเรามีความคาดหวังต่อผลตอบแทนไม่สูงเกินไปก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่ดีทีเดียว เพราะขนาดนี่มีความสำคัญและเป็นข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ อาจมีปัจจัยแค่สองอย่างทีสามารถล้มช้างได้ก็คือ ตัวสินค้าและบริการไม่สอดคล้องกับตลาดแล้วอย่างโกดัค (NYSE:EK) หรือ [...]
Posted by: Khun T on: มีนาคม 17, 2008
โอ้มายก็อด เห็นราคาหุ้นของ Bear Stearns แล้วคงต้องอุทานอย่างนี้ สำหรับคนที่ไม่รู้จัก แบร์สเติร์นเป็นหนึ่งในวานิชธนกิจชั้นนำของโลก แบบเดียวกับโกลด์แมนแซคส์ที่พวกเราอาจจะคุ้นชื่อกันอย่างดี ไม่น่าเชื่อเลยว่าผลจากซับไพร์มทำให้มูลค่าราคาหุ้นลดลงได้ขนาดนี้ จากราคาสูงสุดในรอบปี (52 สัปดาห์) ที่เคยอยู่สูงถึง 160 เหรียญ ลดลงมาเหลือแค่สี่เหรียญ หวังว่าเราคงไม่เจอสถานการณ์อย่างนี้นะ
Posted by: Khun T on: มีนาคม 16, 2008
ในที่สุดฤดูร้อนมาถึงแล้ว ร้อนวันแรกเป็นร้อนที่ชอบมาก เพราะเป็นการบอกถึงการเปลี่ยนแปลง สิ่งต่างๆจะเปลี่ยนไป ธรรมชาตินี่ก็ดีสามารถสร้างความตื่นใจให้กับชีวิตได้ เสียดายที่บ้านเราหรือเฉพาะในกรุงเทพมั้งที่ธรรมชาติฤดูเปลี่ยนไปแต่เราจะมองไม่เห็นชัดมาก เพราะขาดต้นไม้ใหญ่หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะของฤดูกาล ถ้าหากเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศเราคงจะเห็นเรื่องนี้ชัดเจนขึ้น อย่างประเทศในเขตหนาว พอร้อนมาถึงดอกไม้ต่างๆก็เริ่มออกดอกสีสันสดใส พอใบไม้ต่างๆเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นแดงเหลืองก็บอกถึงการเปลี่ยนไปอีกฤดู แล้วคืนที่หิมะตกตื่นเช้ามาตื่นเต้นกับเมืองที่กลายเป็นสีขาวก็เป็นอีกหนึ่งฤดู จนวันที่ลมหนาวเริ่มเบาลงใบไม้เริ่มผลิใบใหม่ ต้นไม้เริ่มเป็นสีเขียวมากขึ้นก็เป็นจุดเริ่มอีกฤดู
จังหวะของชีวิตก็เป็นไปตามครรลอง เราก็เต้นไปตามจังหวะ ถูกจังหวะก็ดีไปเป็นภาพที่สวยงาม ผิดจังหวะก็เต้นต่อไป อาจจะดูแปลกตาไปบ้าง เหมือนวันฝนไล่ช้างที่ตกหนักมากในกลางฤดูหนาว ก็ไม่ได้เป็นข้อเสียหายจนเกินไป
Posted by: Khun T on: มีนาคม 3, 2008
ที่จะพูดถึงก็คือ Google ที่พวกเรารู้จักและใช้บริการกันอยู่แล้ว เราคงใช้ Google Search กันเป็นปกติ บางคนก็ใช้ Gmail ด้วย แล้วก็อาจดู YouTube กัน แต่จริงๆกูเกิลเองมีสินค้าบริการมากกว่านี้อีกมาก แต่โดยรวมผมก็ยังคิดว่ากูเกิลเป็นบริษัทที่มีบริการตัวเดียว คือ Search ที่ทำได้ดีมากๆ ส่วนที่เหลือก็งั้นๆเป็นหลัก หรือยังอยู่ในรูปแบบธุรกิจของการเก็บค่าโฆษณาอยู่ดี อย่างยูทูป หรือ adsense adword
กูเกิลออกสินค้าบริการมามากทั้ง Google Doc ที่มีคนเขียนว่าเป็น Microsoft Word แบบใช้บนเวบ ไม่ต้องติดตั้งซอฟท์แวร์บนเครื่องก็ทำงานได้ แต่น่าเสียดายที่คุณภาพของสินค้าและบริการเหล่านี้ต่ำไปกว่าสิ่งที่ควรเป็นมาก อาจเป็นเพราะหลายๆอย่างเป็นของบริษัทอื่นที่กูเกิลไปซื้อกิจการมา อย่าง Blogger.com นี่พักหลังก็ตกอันดับไปในขณัที่ WordPress.com ที่นี่ก้าวขึ้นมาดีขึ้นเรื่อยๆ มีคนมาใช้บริการ หรือนำซอฟท์แวร์ไปใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งๆที่ Blogger.com (จำชื่อบริษัทเดิมไม่ได้ก่อนที่จะโดนกูเกิลซื้อมา) ในตอนแรกนั้นเป็นผู้นำทางด้านซอฟท์แวร์บล็อกอย่างโดดเด่น
หลายๆหรือเกือบทั้งหมดของสินค้าบริการที่กูเกิลออกมาแทบจะไม่อาจเรียกได้ว่าออนพาร์เลย อย่างกูเกิลเวิร์ด หรือกูเกิลสเปรดชีท นี่อาจจะเทียบได้แค่ Wordpad ที่ให้มาในวินโดวส์อยู่แล้ว หรือ Spreadsheet applet ใน OS/2 ถ้ามีคนจำได้ [...]
ความคิดเห็นล่าสุด