Posted by: Khun T on: สิงหาคม 12, 2008
ทุกครั้งที่หุ้นตกมากๆ ถ้าหากขายไปก่อนก็น่ายินดีที่จะรอซื้อหุ้นในราคาที่ลดลง ถ้าหากไม่ได้ขายก็เศร้าใจกันไปเป็นเหตุปกติ แต่ทุกครั้งที่หุ้นตกมากๆสิ่งหนึ่งที่ดูก็คือมูลค่าในพอร์ท ตัวเลขที่ลดลงๆจนหยุดในวันหนึ่ง ก็เป็นตัวเลขที่ทำให้เราพอมีแนวคิดว่าฐานของเงินที่เรามีเก็บมาลงทุนนั้นเป็นเท่าไหร่กันแน่ และตัวเลขนั้นก็เป็นตัวเลขที่เราพจะนำมาเอ่ยอ้างได้ เพราะในยามจำเป็นในภายภาคหน้าเราก็น่าจะสามารถแปรสภาพหุ้นเหล่านี้เป็นเงินสดในมูลค่าที่ไม่น่าจะต่ำไปกว่าเกณฑ์นี้
สิ่งหนึ่งที่นำมาเทียบทุกครั้งก็คือ อัตราการตกของดัชนีเทียบกับอัตราการตกของพอร์ท อย่างรอบนี้ถ้านับราคาปิดที่สูงที่สุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม และราคาปิดที่ต่ำสุดเมื่อ 18 กรกฎาคม ตลาดหุ้นก็ตกประมาณ 25% ไม่ว่าหากพอร์ทเราตกมากกว่าหรือน้อยกว่าจะแปลว่าดีหรือไม่ดีไม่ได้ทั้งคู่ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเป้าที่เราวางไว้ แผนที่เราตั้งใจ แล้วก็ความเป็นจริงของราคาหุ้นที่ปรากฏขึ้น
เพียงสองอย่างนี้ที่เราทำกันเรื่อยๆก็พอทำให้เรารู้ลักษณะของความผันผวนของพอร์ทเราได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของคนที่ต้องการลงทุนเพื่อเรื่องในอนาคตระยะยาว ที่ทำให้เราพอคาดการณ์ได้ว่าผลของตลาดมากระทบกับมูลค่าหุ้นเราอย่างไร
ช่วงนี้เราอาจจะโชคดีที่จุดต่ำสุดของตลาดหุ้นอาจผ่านไปแล้วก็ได้ ผมเองก็หวังให้เป็นอย่างนั้น
Posted by: Khun T on: สิงหาคม 8, 2008
วันนี้ทั่วโลกคงคอยดูพิธีเปิดเกมส์โอลิมปิกส์ปักกิ่งกันอย่างมากมาย จีนเลือกวันและเวลาถึงระดับวินาทีเป็นเลขแปดทั้งหมด เลขแปดเป็นเลขนำโชคลาภเพราะเวลาออกเสียงแบบกวางตุ้ง เสียงจะพ้องกับคำว่าร่ำรวย
พิธีเปิดปีนี้คงจะยิ่งใหญ่ตระการตาแน่เลย เพราะเป็นการประกาศของจีนไปทั่วโลก อาจถือว่าเป็นการเปิดตัวประเทศจีนสู่คนทั่วโลกว่า วันนี้จีนคือหนึ่งในผู้นำคนใหม่ของโลกแล้วนะ
ช่วงที่หายไปมีโอกาสไปจีนอีกครั้ง ครั้งนี้ไปหลังจากที่ไม่ได้ไปเป็นสิบๆปี เห็นประเทศจีนรอบนี้แล้วตกใจในความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ถึงแม้จะรู้เห็นข่าวเรื่องนี้มาตลอด แต่ภาพที่เห็นต่างจากภาพในหัวอย่างสิ้นเชิง ก่อนไปก็นึกว่าความเจริญก็คงเป็นไปคล้ายกับเมืองไทยและหลายเมืองที่เคยผ่านไปมา คือ กระจุกตัวเพียงไม่กี่เมือง แต่รอบนี้ที่ไปเป็นเมืองที่เล็กกว่าปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แต่สภาพเมืองก็ยังเจริญมากมากว่าเชียงใหม่และโคราชซึ่งเป็นเมืองลำดับสองและสามในเมืองไทย ครั้งนี้มองไปทางไหนจักรยานหายไป รถยนต์เข้ามาแทนที่เต็มถนนไปหมด
เมืองที่ไปก็มีหลายเมือง เมืองที่ใหญ่ในเชิงเศรษฐกิจที่สุดก็คือกวางตุ้ง ซึ่งถือเป็นลำดับสามในจีน นอกนั้นก็เป็นเมืองที่เล็กลงมา แต่ทุกเมืองมีสตาร์บัคส์ที่ขายในราคาพอๆกับเมืองไทย ประมาณ 30 หยวน ก็ราวๆร้อยห้าสิบบาท ราคาน้ำมันถูกกว่าไทยหน่อยอยู่ที่ประมาณลิตรละสามสิบถึงสามสิบห้าบาท ราคาอาหารแบบข้างถนนร้านถูกหน่อยก็อยู่ที่สิบหยวน ทางด่วนระหว่างเมืองทุกเส้นที่ผ่านต้องเสียค่าผ่านทาง เมืองที่ค่อนข้างใหญ่จะมีช็อปปิ้งสตรีทที่คนสามารถเดินบนถนนได้อย่างสบาย ไม่มีแผงลอยมาวางเลย เว้นแต่สิ่งก่อสร้างแบบกึ่งถาวรอย่างบูธขายน้ำ อย่างราคาโคคาโคลาในบูธนี้ขายใส่ถ้วยแบบฝรั่งใส่มะนาวฝานสองชิ้นถ้วยขนาดใหญ่ขายในราคาสิบหยวน ราคานี้ไม่ได้เป็นราคาต่างชาติ เพราะมีคนจีนทั่วไปก็ซื้อกันเป็นปกติ ว่าไปแล้วเมืองต่างๆที่ไปต่างชาติแบบฝรั่งไม่ค่อยมาก อาจเป็นเพราะเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้คนกังวลเรื่องโรคระบาด ที่เที่ยวต่างๆทั้งวัดและอื่นๆมีค่าเข้าทั้งหมด ไกด์ว่าวัดที่ดังๆราคาเข้าอาจสูงถึงแปดสิบหยวนเลยทีเดียว และราคาค่าเข้าก็เท่ากันทั้งคนจีนและต่างชาติ
เห็นราคาทั่วๆไปแล้วก็น่าจะอยู่ระดับเดียวกับกรุงเทพ ส่วนรายได้ล่ะ เท่าที่ถามไกด์ดู ค่าแรงคนงานอยู่ที่ประมาณ 1000 หยวนต่อเดือน คนจบปริญญาตรีเริ่มงานก็ประมาณสามพันสี่พันหยวนสำหรับเมืองทั่วไป และสี่พันห้าพันสำหรับเมืองแบบปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ แต่ที่น่าสนใจก็เงินเดือนข้าราชการเริ่มที่แปดพันหยวนเลย
คงเห็นว่าเมืองจีนและคนจีนกำลังเปลี่ยนไป standard of living มาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นอย่างมาก บ้าน ทาวน์เฮาส์คอนโดแบบสวยๆมีสไตล์ผุดขึ้นอย่างมากมาย [...]
ความคิดเห็นล่าสุด