Posted by: Khun T on: กันยายน 4, 2009
รู้จักคนเล่นหุ้นที่ตลาดขึ้นแต่ไม่ดีใจมั้ยครับ นั่นคืออาการของคนตกรถ ช่วงนี้ผมก็อยู่ในสภาพคล้ายๆนั้น ถึงแม้จะไม่ตกรถอย่างสมบูรณ์แบบ แต่แทนที่จะขึ้นรถเก๋งไป ดันถีบจักรยานไป
ช่วงที่ผ่านมา ก็ยังคิดอยู่ตลอดว่าสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก และเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงทั่วโลก น่าจะเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เพราะเราพึ่งพาภาคการส่งออกเป็นหลัก ถึงแม้ว่าช่วงปลายปีที่แล้วต่อต้นปี ที่มีคนออกมาพูดมากมายว่า คนจะตกงานเป็นล้าน ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะคนตกงานเป็นล้านถือว่าต่ำ คิดออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็แค่ประมาณ 3.x% ไม่ได้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นซะเท่าไร แต่เรื่องเศรษฐกิจโลกเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดความกังวลใจ ลองจิ้มๆเครื่องคิดเลขดูตอนนั้น ก็เชื่อเหมือนที่บางคนออกมาพูดว่า GDP จะลบ 6-7% ซึ่งพอประกาศออกมาก็เป็นไปตามนั้น
แล้วก็ตามมาด้วยเหตุการณ์สงกรานต์ ซึ่งเพิ่มตัวลบให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหลังจากที่เหตุการณ์ปิดสนามบินยังไม่ทันจางไปจากความทรงจำ ทั้งส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหัวใจหลักของรายได้บ้านเราโดนกระทบขนาดนี้ ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลใจมากขึ้น
ตามมาด้วยการเมือง หลังจากเหตุการณ์ 19 เดือน 9 ก็ผ่านไปสามปีแล้ว มีรัฐบาลมาสองชุด พร้อมกับการยอมรับของคนหลายฝ่าย โดยเฉพาะคนที่มีปากมีเสียงในสังคม ก็ไม่น่าเชื่อว่า เวลาทำงานสามปีที่ผ่านมา ก็ยังไม่สามารถลดความศรัทธาของรัฐบาลก่อนเหตุการณ์สิบเก้าเดือนเก้าได้
ส่วนสุดท้ายก็คือบรรดานักดูกราฟที่ผมให้ความเชื่อ ก็ยืนยันนั่งยันจนถึงตอนนี้ว่า ตลาดยังไม่กลับตัวขึ้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ
แล้วที่เคยเขียนไปเรื่อง Suckers Rally เมื่อเดือนมีนาคม วันนี้คำตอบก็บอกว่าที่ผ่านมาคิดผิด
เฮ้อ เลยตกรถอย่างที่ว่าไว้ แต่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า สิ่งที่ยึดเป็นกรอบนั้นก็ยังถูกต้องอยู่
ข้อแรกและข้อสุดท้ายคงไม่ต้องขยายความ ส่วนข้อสองก็คือ ตลาดหุ้นเป็นความเสี่ยง ความเสี่ยงคือ การที่เราไม่สามารถทำนายผลลัพธ์ออกมาอย่างแม่นยำ บางครั้งผลลัพธ์ที่ออกมาก็เป็นโทษกับเรา ซึ่งทำให้ขาดทุนได้ บางครั้งผลลัพธ์ก็เป็นคุณกับเรา คือออกมาอย่างที่เราคิด และบางครั้งผลัพธ์ก็ออกมาในทิศทางเดียวกับที่เราคิด แต่เป็นระยะทางที่ยาวกว่าที่เราคาดไว้ ก็ทำให้เกิดเหตุการณ์ขายหมูอย่างใหญ่โต
เมื่อเราเชื่อว่าตลาดมีความเสี่ยงที่จะขึ้นหรือลงได้ เราก็ต้องหาวิธีที่จะจัดการกับมัน ซึ่งอาจเป็นการที่มีหุ้นอยู่ในพอร์ทตลอดเวลา การทยอยซื้อการทยอยขาย การวางกรอบการซื้อเพิ่มหรือขายเพิ่ม การคัดเลือกหุ้น และสุดท้ายก็คือการรับผิดว่า ตัวเรานั้นคิดผิด ตัดสินใจผิด
วันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าตลาดจะเดินหน้าไปในทางไหนเหมือนเดิม ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจจะดูดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ภาพที่ทำให้ผมเชื่อมั่นมาก
ที่จริงอยากซื้อทุกตัวทุกเดือนอย่างนั้นแหละครับ
ตอนแรกไม่ได้ทำ เพราะว่าขี้เกียจปัดเศษหุ้นเต็มไปหมด
ไปเปิดบัญชีมาแล้ว ออฟฟิศหลอนมาก
กันยายน 11, 2009 ที่ 4:20 pm
โปรแกรมซื้อหุ้นให้ของ sicco เรียกชื่อว่าอะไรนะครับ ผมจะลองไปสำรวจดูสักหน่อย