Thai Baht… ways to Happy and earn money

ขายหุ้นเมื่อไหร่

Posted on: เมษายน 30, 2006

Set Index April 2006ช่วงนี้ตลาดหุ้นก็ขึ้นมาพอสมควรเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา เมื่อต้นปี Set Index อยู่ที่ 713.73 วันศุกร์ที่ผ่านมาถือว่าเป็นวันทำการสุดท้ายของเดือนเมษายน Set Index อยู่ที่ 768.29 ก็เพิ่มขึ้น 7.64% ยิ่งถ้าเทียบกับประมาณช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว Set Index อยู่ที่ประมาณ 630 จุด ที่เป็นจุดต่ำสุดในรอบสิบสองเดือนที่ผ่านมา ก็จะได้ผลตอบแทนประมาณ 21% ซึ่งก็ถือว่าดีมากๆเลย หลายคนก็เลยเริ่มคิดจะขายหุ้น เพราะเห็นว่าหุ้นขึ้นมามากแล้ว เพราะหุ้นหลายตัวก็ขึ้นมาเป็นร้อยๆเปอร์เซ็นต์ ก็เลยเริ่มถามกันว่าจะขายดีมั้ย หุ้นนี่ราคาสูงเกินไปหรือยัง

คำตอบจริงๆก็ตอบยากมาก เพราะจริงๆไม่มีใครรู้หรอก

หลายคนที่อยากขายก็เพื่อที่จะกลับลงไปซื้อต่ำกว่าเดิม ซึ่งแปลว่าก็ยังรักยังชอบหรือเชื่อว่านี่เป็นแค่จุดสูงในระยะสั้น แต่ก็ยังเชื่อว่าในระยะยาวหุ้นนี้ยังดีอยู่ ซึ่งการทำอย่างดีให้สำเร็จก็แปลว่าต้องสามารถตัดสินใจจับจังหวะได้ถูกถึงสองครั้ง (Market timing) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย

ในตลาดเมืองนอกเองก็มักจะมีคำพูดหรือบทเรียนที่เล่าขานกันมาอย่างหนึ่งก็คือ "…sell your losers and let your winners run…" ขายหุ้นที่ราคาไม่ขึ้นแล้วเก็บไว้แต่หุ้นที่กำลังขึ้นให้ขึ้นต่อไป แต่พวกเราคนที่อยู่ในตลาดก็มักจะทำตรงกันข้ามกันมาตลอด เก็บไว้แต่หุ้นที่ขาดทุนขายหุ้นที่ได้กำไร หุ้นที่ขาดทุนก็มักเป็นหุ้นที่ไม่มีใครเอา พื้นฐานกิจการก็อ่อนแอลง โดยหวังแค่ว่าวันหนึ่งราคาจะกลับมาเท่าทุน

เพราะฉนั้นก่อนที่เราจะขาย เราอาจลองตั้งคำถามกับตัวเองก่อน

ข้อ 1 ทบทวนว่าทำไมเราถึงซื้อหุ้นตัวนี้มาตั้งแต่ครั้งแรก

หุ้นบางตัวเราอาจจะซื้อเพราะหลังจากพิจารณาพินิจวิเคราะห์แล้ว เชื่อว่าราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจะมีประโยชน์ต่อกิจการนี้ หรือเชื่อว่าธุรกิจนี้จะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยปีละเท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ เมื่อเราทบทวนเหตุผลเราก็อาจจะพบว่าธุรกิจที่เราคาดการณ์ไว้ไม่ได้ดีอย่างที่คิด แต่ราคาที่ตลาดให้ดีกว่าที่เราคาดการณ์เสียอีก หรือพบว่าธุรกิจนั้นดีกว่าที่เราคิดและช่วงราคาที่ตลาดให้ก็ไม่ถึงกับเกินเลยไป หลังจากทบทวนเราก็จะมองราคาหุ้นแบบเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น การตัดสินใจก็จะเป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น

ข้อ 2 คิดในระยะยาวว่าหุ้นตัวนี้เราซื้อมาเพราะมีเหตุผลพิเศษหรื่อไม่ อาจจะเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในการลงทุนในกรอบระยะเวลาหกเดือน หนึ่งปี สามปี หรือแล้วแต่กรอบระยะเวลาการลงทุนของเรา อย่างเช่น เราอาจมองว่าราคาน้ำมันที่ขึ้นนั้นจะมีผลทำให้เกิดเงินเฟ้อ เราก็อาจลงทุนในหุ้นที่ช่วยลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งในบ้านเราก็เป็นตัวหุ้นที่เกี่ยวกับน้ำมัน ถึงแม้บางครั้งเราอาจจะว่าราคาหุ้นมันได้เกินเลยราคาที่ควรจะเป็นไปแล้ว แต่เราก็อาจตัดสินใจถือต่อไป เพื่อเป็นการปกป้องภาพรวมของพอร์ทเรา

ข้อ 3 ตั้งราคาที่ควรจะเป็นในอนาคต สามปีห้าปีข้างหน้า หุ้นนี้ควรจะมีมูลค่าเท่าไหร่ เพราะเวลาเราเห็นราคาหุ้นที่ขึ้นวันนี้มันอาจะเป็นแค่ช่วงเริ่มต้นของการขึ้น มองไปในโลกปกติเราก็จะเห็นบริษัทกิจการมากมายที่ใหญ่โตวันนี้ก็ต้องใช้เวลาหลายๆปีที่จะทำให้กิจการมั่นคงและเติบโตได้

ข้อ 4 มีหุ้นตัวอื่นที่เราพิจารณาแล้วว่าดีกว่าหรือเปล่า แล้วเราเองก็ไม่มีเงินสดเหลือที่จะลงทุน การปรับเปลี่ยนตัวหุ้นที่ถือก็เป็นวิธีหนึ่ง

ทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาก็เหมาะสำหรับคนที่เลือกหุ้นอย่างดีในการลงทุนแล้ว ไม่ใช่การเล่นข่าวหรือการเล่นเดย์เทรด ซึ่งไม่เหมาะที่จะนำวิธีที่กล่าวมาไปใช้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: