Thai Baht… ways to Happy and earn money

มารู้จักหลักสูตร CISA กันดีไหม!

Posted on: พฤษภาคม 28, 2006

โดย ดร. ธนัยวงศ์ กีรติวานิชย์

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รวมถึงผู้ที่ประกอบอาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทยขึ้น โดยสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (Securities Analysts Association: SAA) ได้ส่งมอบหลักสูตร CISA (ย่อมาจาก Certified Investment and Securities Analyst) ให้แก่สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (Thailand Securities Institute: TSI) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการแทน โดยที่ทางสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ยังคงมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร CISA กับ TSI อย่างต่อเนื่องครับ หลักสูตร CISA นี้เริ่มจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 โดยมีสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เป็นผู้บริหารจัดการโครงการ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจาก CFA Institute (ชื่อเดิม คือ Association for Investment Management and Research หรือ AIMR) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแล และจัดการทดสอบหลักสูตร CFA (Chartered Financial Analyst) อันเป็นที่รู้จักกันดีของนักการเงิน และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทั่วโลก โดยหลักสูตร CISA ที่กล่าวถึงนี้มีเนื้อหา และโครงสร้างการทดสอบที่ใกล้เคียงกับหลักสูตร CFA เป็นอย่างมากครับ จะแตกต่างกันก็ตรงที่ว่าหลักสูตร CISA นี้เป็นหลักสูตรสำหรับทดสอบความรู้ ความชำนาญในด้านวิชาชีพการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ของไทย โดยใช้ภาษาไทยเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากหลักสูตร CFA ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก นอกจากนี้หลักสูตร CISA ยังมีการปรับปรุงหลักสูตรให้เข้ากับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยได้เพิ่ม กฏ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฏหมายไทยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์เข้ามาในโครงสร้างการทดสอบด้วยครับ จึงอาจเปรียบเทียบได้ว่าหลักสูตร CISA เป็นเสมือนหลักสูตร CFA ฉบับประเทศไทยนั่นเอง

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของหลักสูตร CISA นี้ ก็เพื่อส่งเสริมให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ได้มีความรู้ในด้านการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และการเงินที่ถูกต้อง อันเป็นการยกระดับการประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากขึ้น และเพิ่มความมั่นใจให้แก่นักลงทุนนั่นเอง นอกจากนี้หลักสูตร CISA ยังสนับสนุนให้มีหลักการปฏิบัติวิชาชีพของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ประกอบวิชาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ รวมถึงจรรยาบรรณตามวิชาชีพในการให้บริการแก่ผู้ลงทุนอีกด้วย ทั้งนี้หากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ขาดจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพแล้ว คำแนะนำการลงทุนต่างๆ ที่ให้แก่นักลงทุนก็คงจะเป็นเพียงคำแนะนำที่มุ่งหาประโยชน์ให้แก่ตัวนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เองเท่านั้น นักลงทุนก็คงจะประสบความเสียหาย และส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของตลาดทุนไทย เพราะคงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกเป็นแน่แท้

ทั้งนี้หลักสูตร CISA สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้ครับ

CISA ระดับที่ 1 จะเน้นการสอบความรู้เบื้องต้นที่เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ เทคนิคการบริหารการลงทุน รวมถึงหลักการปฏิบัติวิชาชีพ และจรรยาบรรณที่พึงมี นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เพิ่มขึ้นมา คือ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนที่แตกต่างจากหลักสูตร CFA นั่นเอง ทั้งนี้ข้อสอบจะเป็นแบบปรนัย (Multiple Choices) ทั้งหมด โดยจัดสอบปีละ 4 ครั้งในเดือนมีนาคม มิถุนายน ตุลาคม และเดือนธันวาคม ตามลำดับ

CISA ระดับที่ 2 จะเน้นการสอบเชิงลึกด้านการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ จรรยาบรรณ และหลักการปฎิบัติวิชาชีพ โดยข้อสอบจะเป็นแบบปรนัยทั้งหมดเช่นเดียวกันกับระดับที่ 1 แต่จะจัดสอบปีละ 2 ครั้งในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคม ทั้งนี้ผู้เข้าสอบต้องสามารถนำความรู้ซึ่งได้จากระดับที่ 1 มาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้านการวิเคราะห์ และจัดการการลงทุนให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณในวิชาชีพของตนด้วย

CISA ระดับที่ 3 จะเน้นการสอบเชิงลึกด้านการบริหารจัดการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ รวมถึงการประยุกต์ใช้กลยุทธ์การลงทุนในสินทรัพย์ โดยข้อสอบจะเป็นแบบปรนัยครึ่งหนึ่ง และเป็นแบบอัตนัยครึ่งหนึ่ง และจัดสอบปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน และเดือนธันวาคมเช่นเดียวกันกับระดับที่ 2

ทั้งนี้ผู้เข้าสอบต้องสามารถนำความรู้ซึ่งได้จากทั้งระดับที่ 1 และระดับที่ 2 มาประยุกต์ใช้ในการจัดการลงทุนให้แก่นักลงทุน ภายใต้หลักปฏิบัติวิชาชีพ และจรรยาบรรณที่พึงมี ผู้เข้าสอบต้องดำเนินการสอบเลื่อนขั้น โดยเริ่มจากหลักสูตร CISA ระดับที่ 1 ไปจนถึงระดับที่ 3 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ทั้งนี้หลักสูตร CISA ทั้งสามระดับข้างต้นจะประกอบไปด้วยเนื้อหาที่เป็นกลุ่มวิชาหลักรวม 4 ด้านที่เหมือนกัน คือ

  • กลุ่มวิชา การประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ เช่น การลงทุนในตราสารทุน การลงทุนในตราสารหนี้ และการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ เป็นต้น
  • กลุ่มวิชา เครื่องมือเพื่อการวิเคราะห์การลงทุน เช่น การวิเคราะห์เชิงปริมาณ การวิเคราะห์งบการเงิน เศรษฐศาสตร์ และการเงินธุรกิจ เป็นต้น
  • กลุ่มวิชา การบริหารจัดการลงทุนในสินทรัพย์ เช่น ทฤษฎีตลาดทุน นโยบายการลงทุน และการบริหารการลงทุน เป็นต้น
  • กลุ่มวิชา จรรยาบรรณ และหลักปฏิบัติวิชาชีพ เช่น มาตรฐานการปฏิบัติงาน กฎระเบียบ และข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น

สำหรับค่าธรรมเนียมของการสอบในแต่ละระดับนั้นตกประมาณ 5,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งผู้เข้าสอบต้องจบปริญญาตรีเป็นอย่างต่ำโดยจะจบจากสาขาใดก็ได้ครับ ทั้งนี้ผู้เข้าสอบสามารถเลือกสอบครบทุกกลุ่มวิชา หรือจะทยอยสอบทีละกลุ่มวิชาก็ได้ แต่ต้องได้คะแนนอย่างน้อย 70% ของคะแนนรวมในแต่ละกลุ่มวิชาจนครบทั้ง 4 กลุ่มวิชาจึงจะถือว่าสอบผ่านในแต่ละระดับ โดยผู้ที่สอบผ่านหลักสูตร CISA ในแต่ละระดับนั้น ต้องปฏิบัติตามหลักปฏิบัติวิชาชีพ และจรรยาบรรณที่พึงมีรวมทั้งต้องมีสถานภาพเป็นสมาชิกของสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเสียก่อน จึงจะสามารถประกาศตนเป็น CISA โดยใช้ CISA 1, CISA 2, CISA 3 และ CISA ต่อท้ายชื่อ และนามสกุลของตนได้ครับ นอกจากนี้สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ให้การรับรองแก่ผู้สอบผ่านหลักสูตร CISA ระดับที่1 เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือผู้จัดการลงทุนได้ สำหรับผู้ที่สอบผ่านทั้ง 3 ระดับสำนักงาน ก.ล.ต. ยังให้การรับรองเป็นผู้จัดการเงินทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอีกด้วย

หลักสูตร CISA นี้จึงเหมาะกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ผู้ที่ประกอบอาชีพในธุรกิจหลักทรัพย์ รวมถึงนักศึกษา และผู้ที่มีความสนใจจะประกอบอาชีพเกี่ยวกับธุรกิจหลักทรัพย์ในอนาคต โดยการเตรียมตัวสอบหลักสูตร CISA นั้น อาจทำได้โดยการซื้อคู่มือซึ่งจัดทำขึ้นโดยสถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) มาอ่านเตรียมสอบด้วยตนเอง หรือเลือกเข้าอบรมหลักสูตรเพื่อเตรียมตัวสอบ CISA ในแต่ละระดับ (ระยะเวลาในการอบรมประมาณ 10 วัน) กับทาง TSI ก็ได้ครับ

Advertisements

2 Responses to "มารู้จักหลักสูตร CISA กันดีไหม!"

ขอขอบคุณดร.ธนัยวงศ์ที่เอื้อเฟื้อเวลาเขียนบทความดีๆมาฝากให้เรา

สำหรับคนที่สนใจอยากทำงานในสายการเงินการธนาคาร ทั้งในธุรกิจหลักทรัพย์หรือองค์กรธุรกิจอื่นๆ การได้รับ CISA ถือได้ว่าเป็นการรับรองคุณสมบัติว่าได้มีมาตรฐานความรู้ตามามครฐานวิชาชีพ

ผู้ที่อยากเป็นนักวิเคราะห์หรือผู้จัดการกองทุนยิ่งจำเป็นที่จะต้องไปทดสอบความรู้ของเรา

ขอชื่นชมและขอบคุณอีกคนครับสำหรับ ดร.ธนัยวงศ์

ได้รับประโยชน์จากการอ่านมากๆเลบครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: