Thai Baht… ways to Happy and earn money

บริหารความเสี่ยงด้วยการลงทุนต่างประเทศ

Posted on: กรกฎาคม 18, 2006

ตอนที่แล้วเรื่องบริหารความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ SET 50 Futures มีการพูดถึงเรื่องความเสี่ยงของตลาดและความเสี่ยงของกิจการ ซึ่งเวลาพูดถึงความเสี่ยงของตลาด (Systematic Risk) หลายๆคนก็จะบอกได้เลยว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่สามารถลดลงได้

วันนี้ก็เลยอยากพูดเรื่องการกระจายความเสี่ยงของตลาดให้ลดลงอีก หลายคนอาจถามว่าลดลงได้อีกหรือ ไหนบอกว่าลดลงไม่ได้แล้วล่ะ

ที่จริงเวลาที่เราเห็นหรือได้ยินเรื่องความเสี่ยงของตลาดนั้นปกติจะอยู่ในบริบทของการลงทุนในตลาดหุ้น เมื่อเราต้องบริหารเงินของเราเองให้งอกเงยโดยผ่านการลงทุน เรามีทางเลือกที่จะลงทุนในทรัพย์สินประเภทไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นการถือเงินสดใว้ในธนาคาร พันธบัตร หุ้น ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ หรือลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถทำให้ความเสี่ยงโดยรวมของทรัพย์สินเราลดลง เพราะเราลงทุนในหลากหลายตลาด ดังนั้นนี่ก็เป็นวิธีหนึ่ง โดยทั่วไปเราจะเรียกวิธีการนี้ว่า Asset Allocation ซึ่งหลายคนบอกว่ามีความสำคัญไม่น้อยหรือมากกว่าการเลือกหุ้นเป็นตัวๆด้วยซ้ำ การทำ Asset Allocation ที่ดี สามารถทำให้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ดีกว่ากลยุทธ์การเลือกหุ้น

บางคนก็ถามว่าแล้วถ้าอยากลงทุนในหุ้นแล้วอยากให้บริหารความเสี่ยงของตลาดได้อีกทำได้ไหม คำตอบที่ง่ายที่สุดก็คือ ก็ลงทุนหุ้นในหลายๆตลาดหุ้นซิ

ถ้าหากเราลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เวลาที่มีปัญหาการเมืองหรือสภาวะตลาดซบเซาในประเทศไทย ผลกระทบก็จะเกิดขึ้นโดยตรงกับพอร์ทโฟลิโอหุ้นเรา แต่ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอื่นๆ สมมติบราซิล เหตุการณ์นี้คงมีโอกาสที่น้อยลงกว่าเหตุการณ์แรกที่จะสร้างผลกระทบพอร์ทโฟลิโอหุ้นเรา ใช่ไหมครับ

เมื่อเราลงทุนหุ้นในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของพอร์ทโฟลิโอหุ้นเราก็จะลดลง ทั้งนี้โดยการคำนึงเปรียบเทียบกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยนะ

ข้อดีอีกอย่างของการถือครองทรัพย์สินในสกุลเงินต่างประเทศ ก็เป็นการกระจายความเสี่ยงของเรื่องค่าของสกุลเงินด้วย เหตุการณ์แบบเงินสกุลท้องถิ่นหรือเงินบาทสำหรับพวกเราแข็งค่ามากๆหรือโดยเฉพาะอ่อนค่ามากๆ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอำนาจซื้อของเราทันที อย่างถ้าหากเงินบาทเรายังมีค่าเงินแบบในอดีตสมมติที่ ๒๕ บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ แทนที่จะมีค่าในปัจจุบันสมมติประมาณ ๔๐ บาทต่อหนึ่งดอลล่าร์สหรัฐ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาวันนี้ที่ ๕๐,๐๐๐ บาท ก็จะมีราคาอยู่ที่ประมาณเพียง ๓๐,๐๐๐ บาทเอง รวมทั้งของใช้อีกหลายๆอย่าง เราอยู่ในเมืองไทยที่เพาะปลูกสินค้าเกษตรกรรมต่างๆได้เอง ผลกระทบของค่าเงินก็คงไม่มาก เราก็อาจสบายใจได้บ้างว่าอัตราเงินเฟ้อของสินค้าบริโภคคงไม่มาก แต่สินค้าอุปโภคหรือของใช้ต่างๆที่นำมาซึ่งความสดวกสบายในการใช้ชีวิตเราก็คงมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างมาก

เหตุการณ์แบบการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินบาทในทิศทางที่ลดลงที่เกิดขึ้นหลายครั้งในรอบไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่และไม่รู้ว่าถ้าเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลดีหรือผลเสียให้กับเรา ถ้าหากโดยรวมแล้วเกิดผลกระทบทางบวกให้กับเราก็โชคดีไป แต่ถ้ากลับเกิดผลด้านตรงข้ามโดยเฉพาะในอนาคตยามที่เราตั้งใจเกษียณแล้วล่ะก็ เราก็คงไม่สดวกสบายอย่างที่เราคิดไว้แน่เลย

1 Response to "บริหารความเสี่ยงด้วยการลงทุนต่างประเทศ"

นานายาบยยยยาร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: