Thai Baht… ways to Happy and earn money

ขาดทุนทางบัญชี

Posted on: กันยายน 14, 2006

ช่วงสัปดาห์ก่อนก็มีคนมาถามว่า สนใจซื้อหุ้นรถไฟใต้ดินหรือเปล่า ผมก็บอกว่ายังไม่ได้ดูเลย ดูในที่นี้ก็คือ ยังไม่ได้ดูงบบัญชีว่ากิจการดำเนินการมาอย่างไรบ้าง ก็เลยถามกลับไปว่า ธุรกิจนี้มีกำไรหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ ยังขาดทุนอยู่ ก็เลยถามต่อว่า แล้วธุรกิจสร้างเงินสดเพิ่มหรือเปล่า หรือขาดทุนจากผลของการคิดค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่าย คำตอบคือ ไม่รู้

วันนี้ก็เลยอยากคุยเรื่องนี้ซะหน่อย เราคงเห็นหรือได้ยินคนที่เป็นเจ้าของกิจการที่พูดว่า ทำธุรกิจขาดทุนมาตั้งหลายปีแล้ว แล้วเราก็อาจจะถามในใจว่า แล้วทำไมไม่เลิกล่ะ ผ่านไปอีกหลายปี เราก็อาจจะเห็นธุรกิจนั้นยังดำรงอยู่ต่อไป ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

ส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากที่ธุรกิจนั้นๆยังสามารถสร้างเงินสดใหม่ๆเพิ่มขึ้นเข้ามาในกิจการ และเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกไปในแต่ละเดือน

เอ่ะ ถ้ากิจการนั้นมีเงินเข้ามามากกว่าเงินที่ออกไป ก็น่าจะมีกำไรซิ ถ้างั้นทำไมเจ้าของบอกว่าขาดทุนตลอดมา ก็เพราะว่าเราพูดถึงเงินสดเข้าและเงินสดออกในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งไม่ได้รวมถึงเงินที่นำไปลงทุนในทรัพย์สินชิ้นใหญ่ๆในช่วงก่อนหน้านั้น อย่างสมมติเป็นธุรกิจร้านเสริมสวย เงินลงทุนก็อาจเป็นเก้าอี้ เครื่องมือตัดผม เครื่องอบผม เป็นต้น ถ้าหากเป็นโรงงานผลิตก็อาจจะเป็นเครื่องจักร เป็นต้น ซึ่งเงินที่จ่ายออกไปนี้ถือเป็นเงินทุน แต่พอเริ่มดำเนินการไป ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเช่น ค่าจ้างเงินเดือน ค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น และมีรายได้รับเป็นเงินเข้ามาจากการขายสินค้าและบริการ แต่เงินที่เหลือหลังจากการหักค่าใช้จ่ายก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะนำไปชดเชยเงินทุนที่ลงทุนในอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่กิจการลงทุนไว้ และทำให้ผลในทางบัญชีบอกว่ากิจการนั้นขาดทุน ทั้งที่ยังสามารถทำเงินสดเพิ่มเข้ามาได้

ปกติในทางบัญชีเงินทุนที่ซื้อทรัพย์สินถาวรหรือทรัพย์สินที่นำมาใช้ในกิจการที่มีอายุการใช้งานมากกว่าหนึ่งปี เราจะไม่หักเป็นค่าใช้จ่ายทันทีทั้งก้อน แต่จะทยอยหักค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา ๓ ปี ๕ ปี หรือ ๑๐ ปี ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดจากทางกรมสรรพากร ซึ่งค่าใช้จ่ายที่ทยอยตัดนี้เรียกว่า ค่าเสื่อมราคา ทั้งๆที่เงินที่ใช้ในการซื้อทรัพย์สินถาวรนั้นมีการจ่ายออกไปแล้ว แต่ในทางบัญชียังหักค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตามมาอีกหลายปี การที่เป็นอย่างนี้ก็ทำให้ผลกำไรหรือขาดทุน ไม่ได้สะท้อนภาพของเงินสดจริงๆของบริษัท ถ้าอยากเห็นภาพของเงินสดเข้าเงินสดออกของบริษัทก็ต้องไปดูในงบกระแสเงินสด

ตัวอย่าง ตอนต้นปีบริษัทซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาในราคาสุทธิ ๓๐,๐๐๐ บาท จ่ายเป็นเงินสด ตอนสิ้นปีในบัญชีงบกำไรขาดทุน เราจะเห็นรายการค่าใช้จ่าย ค่าเสื่อมราคาเครื่องคอมพิวเตอร์ ๑๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ บาท และรายการนี้ก็จะมีอยู่ต่อไปในปีที่สองและปีที่สามด้วย

คราวนี้สมมติว่าเราอยู่ในช่วงสิ้นปีที่สองแล้ว เห็นว่าบริษัทนี้ขาดทุน ๕,๐๐๐ บาท เราก็พอจะรู้ว่าบริษัทนี้ดำเนินกิจการเพียงพอค่าใช้จ่าย แต่ไม่พอที่จะครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมาใช้ ประการที่สองบริษัทนี้ยังสามารถสร้างเงินสดเพิ่ม ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ต้องขอสมมติเพิ่มก่อนว่าบริษัทนี้ค้าขายเป็นเงินสด

สมมติต่อปีที่สามเหตุการณ์เหมือนเดิมคือบริษัทนี้ขาดทุน ๕,๐๐๐ บาท

ต่อมาในปีที่สี่ถ้าหากทุกอย่างเหมือนเดิม เราก็พอจะคาดได้ว่าบริษัทนี้จะมีกำไร ๕,๐๐๐ บาท ก่อนภาษี เพราะค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าเสื่อมราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์หมดไปตอนสิ้นปีที่สาม ดังนั้นในปีที่สี่นี้จะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เลยทำให้กลับมามีกำไร

แต่ถ้าหากในปีที่หนึ่งถึงปีที่สาม บริษัทขาดทุนปีละ ๑๕,๐๐๐ บาท อย่างนี้น่ากลัวมาก เพราะในปีที่สี่ก็จะเป็นการขาดทุนอีก ๕,๐๐๐ บาท ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นบริษัทนี้ก็จะหมดเงินไปเรื่อยๆทุกปี ยิ่งทำก็ยิ่งจนลง

แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้เขียนเพื่อสะท้อนภาพของหุ้นรถไฟใต้ดินนะครับ ในการวิเคราะห์รถไฟใต้ดินก็จะซับซ้อนกว่านี้เพราะค่าโดยสารไม่คงที่ มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นตามสัญญา จำนวนคนโดยสารก็น่าจะค่อยๆเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการก็คงเพิ่มขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ และงบลงทุนในเส้นทางใหม่ๆ ผมก็ยังไม่ได้ดูรายละเอียดทั้งหมดของหุ้นตัวนี้ก็เลยไม่มีความคิดเห็น

3 Responses to "ขาดทุนทางบัญชี"

อยากให้พี่พูดเรื่อง technical บ้าง

เออ เท่าที่ผมจำได้จำนวนผู้โดยสารในแต่ละปีมีการเพิ่มขึ้น แต่ว่าก็ยังต่ำกว่าการประมาณการณ์ในทุกๆปี ซึ่งสถานการณ์นี้เป็นทั้งBTSและใต้ดิน

ไม่ได้สนใจธุรกิจนี้มากพอ แต่ที่เคยผ่านตา BTS น่าจะถึงจุดคุ้มทุนในการเดินรถต่อวันแล้ว แต่รถไฟใต้ดินนี่ไม่แน่ใจ

แต่จากประสบการณ์ในฐานะผู้โดยสารทั้งสองเป็นประจำ ถ้าทุกวันนี้ยังวิ่งรถขาดทุนอยู่ก็น่ากลัว เพราะช่วงเย็นๆนี้ เรียกได้ว่าเป็นตู้รถปลากระป๋องแล้วนะ อย่างบางครั้งคนที่รอที่ชานชลานี่ต้องรอขึ้นรถอีกขบวนหนึ่งเลย

ผมว่าหุ้นพวกนี้มันไม่ค่อยน่าสนใจถ้าธุรกิจยังขาดทุน นี่พูดแบบทั่วๆไปนะ ไม่ใช่การวิเคราะห์ คือถ้าเป็นผม ผมจะถือหุ้นพวกนี้เพื่อกินปันผลมากกว่าคาดหวังว่าธุรกิจนี้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด ในมุมนั้นก็จะมีตัวเลือกอื่น เช่น หุ้นโรงไฟฟ้าทั้งหลาย

แต่มีข้อน่าสนใจอย่างก็คือ ธุรกิจรถไฟฟ้าแบบนี้ เวลายิ่งเพิ่มเส้นทาง จะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร เป็นลักษณะของ network effect อีกเรื่องคือค่าเช่าสถานที่ค้าปลีก

—————-

สำหรับคุณ Inter ผมไม่กล้าเขียนเรื่อง Technical Analysis ความรู้ที่มีแค่หางอึ่ง ลองแวะไปดูคุณ Rock ที่เขียนเล่ามุมมองทุกวันที่เวบคุณร็อค http://www.setontherock.com/

แต่เดี๋ยวจะเขียนเรื่องการเทรดให้ก็แล้วกันนะ ขอเวลาคิดโครงเนื้อหานิดหนึ่ง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: