Thai Baht… ways to Happy and earn money

มูลค่าหุ้น YouTube หกหมื่นล้านบาท

Posted on: ตุลาคม 25, 2006

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Google ประกาศซื้อ YouTube ในราคา USD 1.65 พันล้าน ถ้าเอาอัตราแลกเปลี่ยนที่ ๓๗.๕ มูลค่าของ YouTube จะอยู่ที่ ๖๑,๘๗๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท หกหมื่นหนึ่งพันแปดร้อยเจ็ดสิบห้าล้านบาท

ทุกคนที่เข้าที่ไทยบาทนี้น่าจะรู้จัก YouTube หรือไม่งั้นก็เคยใช้บริการบ้าง ถ้าไม่เคย ลองแวะไปบทความก่อนหน้านี้ Any Given Sunday (1999) จะเห็นคลิปหนังที่สามารถดูได้ คลิปหนังนั้นจะส่งมาจากทาง YouTube

ที่มูลค่าหกหมื่นล้าน YouTube จะอยู่ลำดับที่ ๑๘ เมื่อเทียบกับบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตารางแสดงอันดับบริษัทตามมูลค่าตลาดตามราคาปิด ณ วันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๙

อันดับ หุ้น ราคาปิด มูลค่าตลาด
1 PTT 222.00 622,621.29
2 PTTEP 111.00 364,689.20
3 SCC 244.00 292,800.00
4 ADVANC 93.50 276,106.51
5 BBL 115.00 219,516.93
6 KBANK 70.50 167,941.42
7 KTB 12.90 144,218.76
8 TPI 7.00 136,500.00
9 TOP 63.50 129,541.77
10 SCB 66.50 125,924.39
11 SHIN 34.25 109,450.68
12 SCB-P 66.00 99,369.09
13 AOT 62.50 89,285.62
14 PTTCH 77.50 87,663.43
15 THAI 48.25 81,971.74
16 LH 8.05 68,225.63
17 SCCC 248.00 62,000.00
18 VAYU1 8.71 60,970.00
19 RATCH 41.50 60,175.00
20 RRC 19.70 56,467.74

ดูแล้วก็ไม่น่าตื่นเต้น แต่ลองดูว่า YouTube เพิ่งเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วเอง YouTube เริ่มต้นตอนเดือนมกราคม ๒๕๔๘ เริ่มทดลองให้บริการประมาณเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ แล้วเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนธันวาคม เท่าที่หาข้อมูลมามีพนักงานไม่ถึงร้อย ผู้บริหาร CHAD and Steve ทั้งคู่อายุต่ำกว่าสามสิบ อายุ ๒๙ และ ๒๗ ตามลำดับ แต่ YouTube มีมูลค่ามากเป็นอันดับที่ ๑๘ เมื่อเทียบกับกิจการต่างๆในตลาดหุ้นไทย ไม่รู้ว่าทำไมถึงราคาสูงขนาดนั้น

บางคนอาจเดาว่า YouTube ต้องเป็นธุรกิจที่มีกำไรดีมาก ในความเป็นจริงผมคาดว่า YouTube แทบไม่มีรายได้เลยด้วยซ้ำ พวกเราที่ใช้บริการไม่เคยต้องจ่ายเงินซักบาทในการใช้บริการ จะว่ามีรายได้จากโฆษณา ก็ไม่เคยเห็นโฆษณาซักครั้ง

แล้วทำไมกูเกิ้ลยอมจ่ายเงินขนาดนั้น เท่าที่ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมมา คนในอุตสาหกรรมเชื่อว่า การบริการวิดีโอในอินเตอร์เนตเป็นส่วนที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในตอนนี้ YouTube เป็นผู้เล่นรายใหญ่สุด ทุกวันมีคนดูคลิปหนังจาก YouTube มากกว่าร้อยล้านคลิป และทุกวันมีคนนำคลิปหนังส่งเข้า YouTube มากกว่า ๖๕,๐๐๐ คลิป เพื่อที่ทุกคนสามารถดูได้ ส่วนแบ่งตลาดเองมีมากถึงร้อยละ ๔๗.๐๗

จริงๆในตลาดการบริการวิดีโอในอินเตอร์เนต กูเกิ้ลมีบริการแบบเดียวกันชื่อว่า Google Video แต่ไม่ดังเท่า YouTube ส่วน Microsoft เองก็เพิ่งโดดเข้ามาเล่นในตลาดนี้ ใช้ชื่อว่า Soapbox ผู้เล่นที่มาเป็นอันดับสองในตลาดนี้คือ MySpace.com มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ ๒๐

แล้วนักลงทุนทั่วไปคิดอย่างไรกับดีลนี้ วันที่กูเกิ้ลประกาศข่าวเรื่องนี้ คือเช้าวันที่ ๙ ตุลาคม ผลก็คือราคาปิดบวกไปอีกประมาณเก้าเหรียญตอนปิดตลาด ก็น่าเชื่อว่านักลงทุนมองเป็นเรื่องที่ดีระดับหนึ่ง

อืมม์ แปลกจริงๆ มุมมองของฝรั่งในการลงทุน ผมเลยพยายามมองหาข้อดีของดีลนี้ ได้ข้อเดียวที่น่าจะเป็นสาระสำคัญ ดีลนี้ทำให้กูเกิ้ลก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในตลาดการบริการวิดีโอในอินเตอร์เนต สิ่งที่สำคัญก็คือการเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาวในตลาดส่วนนี้ นอกเหนือไปจาก synergy ในส่วนอื่นๆ

กูเกิ้ลเป็นบริษัทที่มีรายได้หลักมาจากการโฆษณา โดยมี core competency อยู่ที่เทคโนโลยี่การค้นหา แล้วก็เพิ่มบริการต่างๆเข้ามาเรื่อยๆเพื่อดึงดูดผู้ใช้ แต่กูเกิ้ลอาจเรียนรู้ว่าการสร้างฐานผู้ใช้งานบริการเป็นเรื่องยากและกูเกิ้ลก็ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในการทำการตลาดด้านอื่นๆนอกจากการให้บริการการค้นหา อย่าง Gmail เองก็ไม่ประสบความสำเร็จทั้งๆที่สร้างกระแสได้ดีตอนเปิดตัว แต่ตัวเลขส่วนแบ่งการตลาดที่ผมผ่านตาก็ต่ำมาก ต่ำกว่า Hotmail, Yahoo Mail ตัวเลขอยู่ที่ต่ำกว่าร้อยละสิบเท่านั้นเอง หรืออย่าง Blogger.com ที่กูเกิ้ลซื้อมา ก็ไม่สามารถผสานหรือรวมเข้าเป็นเนื้อเดียวกับบริการอื่นๆของกูเกิ้ล Blogger.com เองก็ไม่สามารถแซง MySpace.com ได้ แล้วก็อีกหลายบริการของกูเกิ้ลที่ถือว่ายังทำไม่ขึ้น ข้อนี้ยังต่างจาก Microsoft ที่มีชื่อเสียงมากในการสร้างตลาดและก้าวเป็นผู้นำตลาดจากการเป็นผู้ตามได้ทุกตลาดที่ Microsoft เข้าไปเล่นด้วย ยกเว้นส่วนน้อยมากๆ แต่นั่นเป็นชื่อเสียงในอดีต ในตลาดอินเตอร์เนต Microsoft ยังไม่สร้างความประทับใจต่อคนดูเท่าไหร่

อีกตลาดหนึ่งที่เกี่ยวข้องก็คือตลาด Social Networking ซึ่งอย่างบล็อกนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตลาดนี้ สำหรับพวกเราที่ดู อ่าน หรือมีบล็อกอยู่แล้ว คงไม่ต้องพูดถึงว่าวันนี้บล็อกมีส่วนเข้ามาในชีวิตขนาดไหน ยิ่งเป็นน้องๆรุ่นใหม่ก็จะยิ่งมีการใช้มากขึ้น ตลาดนี้ผู้นำก็คือ MySpace.com ซึ่ง MySpace เองก็ถือว่าเป็นผู้เล่นอันดับสองในตลาดบริการวิดีโอด้วย แล้วยังเป็นตลาดที่สำคัญมากเพราะเป็นตลาดที่เป็นที่รวมของคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น ที่จะเป็นอนาคตของธุรกิจ

การซื้อกิจการ YouTube นี้ช่วยเสริมความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับกูเกิ้ล กูเกิ้ลสามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในตลาดนี้ทันที ในวันข้างหน้าเราก็คงเห็นบริการใหม่ๆผ่านทางนี้มากขึ้น อาจเห็นกูเกิ้ลเป็นเหมือนสถานีโทรทัศน์ที่สามารถส่งโฆษณาแบบเต็มรูปแบบออกมา

วันนี้ที่นั่งคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็เพราะมาคิดถึงเรื่องการประเมินมูลค่าของกิจการ ประเด็นน้ำหนักทางการเงินเป็นประเด็นหลัก แต่ประเด็นในเรื่องธุรกิจก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะตัวเลขทางการเงินเป็นผลที่ตามมาจากการดำเนินธุรกิจ แนวทางการทำธุรกิจ ทิศทาง ยุทธศาสตร์ที่กิจการต่างๆดำเนินไปเป็นตัวชื้นำให้เราพอมองเห็นว่าอนาคตของกิจการนั้นๆจะเป็นอย่างไร

5 Responses to "มูลค่าหุ้น YouTube หกหมื่นล้านบาท"

บางทีผมอดคิดไม่ได้ว่าการที่ Yahoo Google YouTube เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลึกๆแล้วเป็นเรื่องของขนาดตลาดหรือป่าว คือแค่เอาเฉพาะปท.พูดEngประชาชนเขาก็หลายร้อยล้าน จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไรที่ธุรกิจพวกนี้จะเติบโตด้วยอัตราเร่งระดับจรวด เพราะฉะนั้นถ้าเิกิดมีปท.ที่รู้ภาษาไทยมากกว่า 2 ปท.(ไม่รวมกัมพูชา)ผลลัพธ์ก็อาจใกล้เคียงกัน

เป็นส่วนหนึ่งแน่ๆ แต่คงไม่ใช่ทั้งหมด ขนาดของตลาดมีผลต่อตัดสินใจ การดำเนินยุทธศาสตร์ การกำหนดงบประมาณในการลงทุนแน่ๆ

อย่างทาทายังออกอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษเพื่อที่จะเข้าถึงขนาดตลาดที่ใหญ่กว่าเพลงภาษาไทย

แต่ที่ผมว่าเป็นส่วนหนึ่งก็เพราะว่า อย่าง YouTube ถ้าจะว่าไป เป็นบริการที่ไม่เกี่ยวข้องกับภาษาใดภาษาหนึ่งเลย เพียงจับความต้องการของผู้บริโภคได้ว่า การแลกเปลี่ยนหนัง คลิบวิดีโอ ทำได้ยากเกินไปในอดีต ก็เลยเปิดบริการนี้ขึ้นมา อย่าง Google เป็นตัวสินค้าที่ดีกว่าเหนือกว่าทางเลือกอื่นๆ เป็นความสามารถในทางเทคโนโลยีที่สูงกว่า

ทั้งหมดก็หนีไม่พ้น การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ส่วนเรื่องมูลค่า การให้ราคา เป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย ทำไม Google ยอมจ่ายราคาสูงขนาดนี้ เพราะ YouTube เองไม่ได้มีเทคโนโลยีที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์ใดๆ แทบพูดได้ว่าทุกคนสามารถให้บริการแบบ YouTube ได้ ต่อให้การให้ราคาของฝรั่งนั้นสูงกว่าคนไทย สมมติ ๕ เท่าตัว มูลค่าของ YouTube ก็ยังอยู่ระดับหมื่นล้านอยู่ดี

ดีลการซื้อกิจการอินเตอร์เนตในเมืองไทยที่ผ่านมา ผมเห็นอยู่ ๒ ครั้ง ในความเป็นจริง อาจจะมากกว่านั้นก็ได้ ครั้งหนึ่งก็คือ Sanook ที่ลือว่ามูลค่าเงินสดประมาณ ๑๐ ล้านบาท บวกเรื่องอื่นๆ จริงเท็จไม่แน่ใจ อีกครั้งก็คือตอน CS Internet รวมกับ Loxinfo จำไม่ได้ว่าดีลนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่

อย่าง Sanook สมัยนั้นมีตัวเลขของคนใช้อินเตอร์เนตอยู่ระดับหลักแสนคน ปัจจุบันตัวเลขคนใช้อินเตอร์เนตอยู่ที่หลักล้านคน ตัวเลขสุดท้ายที่เคยเห็นมาอยู่ที่ ๒ ล้านคน แต่เป็นตัวเลขเมื่อหลายปีที่แล้ว ตัวเลขแน่นอนไม่รู้เหมือนกัน ลองดูว่าการให้มูลค่ามันต่างกันมากเลย

เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอีกดีลหนึ่ง แต่เป็นการแฝง คือดีลของ True กับ UBC ที่ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของยูบีซีที่เป็นฝรั่ง ในดีลนั้นเข้าใจว่าทาง True องก็ได้ส่วนธุรกิจของ KSC และ Sanook มาด้วย KSC นี่ค่อนข้างแน่ใจ แต่ไม่แน่ใจว่ารวม Sanook มาด้วยหรือเปล่า สนใจจริงๆต้องลองตรวจสอบข้อมูลอีกที

เขาต้องการกำจัดภัยคุกคามตั้งแต่เนิ่นๆ หรือเปล่าครับ เวบไหนมีแนวโน้มว่าจะดังขึ้นเรื่อยๆ ต้องรีบซื้อมาแช่แข็งก่อนที่มันจะเติบใหญ่จะควบไม่อยู่

YouTube นั้นมี โฆษณานะครับ แล้วโฆษณานั่นก็เป็นของ google เองนั่นแหละ ผมไม่รู้ว่า YouTube ได้เงินจากตรงนี้มากแค่ใหน แต่ถ้าให้ประเมินคร่าวๆจากที่ผมทำงานด้านนี้มา(จาก stat ของผมเอง) YouTube น่าจะได้เงินค่าโฆษณาจาก google ไม่ต่ำว่า $1M ต่อวัน เป็นอย่างน้อย อันนี้ผมคิดรายได้จาก adsense เพียงอย่างเดียว ซึ่ง YouTube อาจจะมีรายได้จากทางอื่นอีกก็ได้ครับ เวปทราฟฟิคขนาดนี้หาเงินไม่ยากเลยครับ

ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ก็อึ้งไปเลยกับตัวเลข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: