Thai Baht… ways to Happy and earn money

ผลของนโยบายแบงค์ชาติ

Posted on: ธันวาคม 24, 2006

นั่งอ่านนั่งฟังความคิดเห็นคนหลายคนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ผมว่าไม่มีใครพอจะคาดการณ์ได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นตามหลังมาจะเป็นอย่างไร ผมเองก็ไม่รู้ว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างไร แต่ผมมีความเห็นว่ามาตรการนี้ผิดความคาดหมายมาก ปกติแล้วธนาคารกลางมีวิธีในการดูแลค่าเงินหลายวิธีตั้งแต่การใช้คำพูด การปรับอัตราดอกเบี้ย การควบคุมปริมาณเงินเข้าออก เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่เราเคยเห็นกันมาในการปฏิบัติทั่วไป แล้วส่วนใหญ่ก็จะทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน จากมาตรการที่ไม่รุนแรงไปยังมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะตลาดยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ แต่ไม่ชอบเหตุเหนือความคาดหมาย

ผมเชื่อว่าถ้าถามนักลงทุนทุกระดับว่าแบงค์ชาติจะมีมาตรการมาจัดการเรื่องค่าเงินมั้ย ส่วนมากก็คงตอบว่าเป็นไปได้จนถึงค่อนข้างเป็นไปได้ แล้วมาตรการคืออะไร ก็คงเป็นเรื่องการลดดอกเบี้ย นั้นก็คงเป็นเรื่องที่อยู่ในความคาดหมาย แต่มาตรการนี้ที่ไปเริ่มที่ระดับการควบคุมการนำเงินเข้านำเงินออกถูกนำมาใช้ในช่วงแรกๆเลย ผลก็เลยออกมาอย่างวันอังคารที่ผ่านมา ตลาดหุ้นลดลงอย่างเป็นประวัติการณ์

ลองมองย้อนกลับไปเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า มีคำบ่นจากภาคการส่งออกมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งในตอนนั้นผมก็เฉยๆและยังมองไปในทางที่คนเหล่านี้บ่นเกินจริง เนื่องจากในช่วงนั้นค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจริง  แต่ไม่ได้แข็งค่าไปกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ยังคงเพิ่มอัตราดอกเบี้ยและมาคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ๕ จนกระทั่งในปีนี้น่าจะอยู่ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาที่ภาคการส่งออกก็ออกมาพูดอีกครั้งพร้อมการเปรียบเทียบว่าค่าเงินบาทแข็งค่ากว่าค่าเงินในภูมิภาค สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณออกมา ก็ยังไม่รุนแรง แบงค์ชาติพูดในทำนองว่า ใช่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นกว่าภูมิภาคเมื่อเทียบระยะเวลา ๑ปี แต่ถ้าเทียบระยะเวลา ๒ ปี ค่าเงินบาทไม่ได้แข็งค่าไปกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค และแล้ววันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๙ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีประกาศ เรื่อง มาตรการดำรงเงินสำรองเงินนำเข้าระยะสั้น

วันอังคารที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙ พอเห็นดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ผมก็เศร้าทันที รีบหาข้อมูลที่เป็นฉบับแท้มานั่งอ่าน พออ่านเสร็จสิ่งที่เราแปลออกมาก็คือ

เงินต่างประเทศใดๆที่ต้องการแปลงเป็นเงินบาทจะต้องโดนหักร้อยละ ๓๐ ทันที ยกเว้นเงินที่นำเข้ามาเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ แปลว่าอะไร

แปลว่าสมมติมีนักลงทุนไม่ว่าคนไทยหรือต่างชาตินำเงินตราต่างประเทศเข้ามาเพื่อลงทุนเปิดโรงงาน ตอนเอาเงินเข้าแล้วแปลงเป็นไทยบาท ธนาคารต้องหักร้อยละ ๓๐ ก่อน เป็นหน้าที่ที่นักลงทุนต้องชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจนพอใจ ถึงจะสามารถนำเงินที่โดนหักไปร้อยละ ๓๐ นั้นมาใช้จ่ายได้

นี่ก็แปลว่าเราไม่ต้อนรับเงินต่างประเทศเลยในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะยาวในรูปของการให้กู้หรือซื้อตราสารหนี้ เพราะเงินต่างประเทศนั้นจะเหลือแค่ร้อยละ ๗๐ ที่สามารถนำไปลงทุนได้

วันนั้นมีการพูดคุยกับเพื่อนสองสามคนในเรื่องเกี่ยวกับตลาดหุ้น หัวข้อก็จะวนเวียนอยู่ในเรื่องซื้อดีมั้ย ขายก่อนดีกว่าหรือเปล่า ผมก็บอกว่าผมตั้งใจจะขาย แต่วันนั้นไม่สามารถติดต่อมาร์เก็ตติ้งผมได้ แล้วผมก็ไม่มีอุปกรณ์ที่จะทำการซื้อขายใดๆเลย เพราะออกไปทำงานนอกสถานที่อยู่ อีกคนหนึ่งก็บอกว่าคงอยู่เฉยๆเป็นหลัก ถ้าหากซื้อก็คงเพื่อการเก็งกำไรระหว่างวัน หลังจากคุยเรื่องที่ actionable แล้ว ก็เริ่มที่จะพูดคุยในลักษณะมุมมอง

  • เหตุการณ์นี้มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานบริษัทหรือไม่
  • เหตุการณ์นี้นักลงทุนต่างประเทศจะทำอย่างไร
  • เหตุการณ์นี้มีผลอย่างไร ตรวจสอบอย่างไรดี

เหตุการณ์นี้มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานบริษัทหรือไม่ โดยรวมสรุปว่ามี ต้นทุนทางการเงินคงสูงขึ้น เนื่องจากลดปริมาณเงินที่จะเข้ามาซื้อตราสารหนี้นั่นเป็นข้อหนึ่ง ข้อสองความเสี่ยงจากสภาพคล่อง ราคาหุ้นในอนาคตน่าจะลดลง เนื่องจากสภาพคล่องที่ลดลง อันนี้เป็นการวิเคราะห์เฉพาะส่วนนะครับ มองว่าการมีมาตรการนี้กับไม่มีมาตรการนี้โดยสมมติให้ทุกอย่างคงที่ อีกข้อที่เป็นเรื่องที่สำคัญ ถือว่าสำคัญที่สุดเลยก็คือ ความเสี่ยงจากกฏระเบียบข้อบังคับ เพราะการออกมาตรการนี้ แทบจะเรียกว่าเป็นการวกกลับ ๑๘๐ องศา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ จากประเทศไทยที่กำหนดนโยบายเสรีทางการเงิน อาจทำให้เป็นภาพที่ว่า ประเทศไทยกำลังปิดประเทศไปเลย ซึ่งตรงนี้เป็นจุดหลักที่สำคัญมาก เพราะในการลงทุนใดๆเราคงคาดการณ์วิธีตัดสินใจของผู้มีอำนาจได้โดยผ่านการดูกฏหมาย กฏระเบียบ นโยบาย วิธีปฏิบัติในอดีต ทำไมยังมีคนกล้าลงทุนในประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ ก็เพราะมีการเขียนกฏหมายชัดเจน ไม่เคยมีการใช้อำนาจเกินไปกว่าที่คาด เรายังไม่เคยเห็นประเทศจีนยึดทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศ เรายังไม่เห็นเวียดนามที่อยู่ๆไม่อนุญาติให้นักลงทุนนำเงินออก

เหตุการณ์นี้นักลงทุนต่างประเทศจะทำอย่างไร ตรงนี้เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าจะเลวร้ายขนาดไหน สิ่งที่น่าจะเป็นเรื่องแน่ๆก็คือ เม็ดเงินลงทุนใหม่จากต่างประเทศคงไม่เข้ามาเพิ่มแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะร้ายแรงขนาดถอนการลงทุนออกไปหมดหรือไม่

เหตุการณ์นี้มีผลอย่างไร ตรวจสอบอย่างไรดี วันนั้นก็มีมุมมองว่า ค่าเงินบาทคงอ่อนตัวลงแน่นอน แต่จะไปหยุดที่ไหน เงิลงทุนจากด่างประเทศจะไหลออกมากขนาดไหน คำตอบก็คือ ไม่รู้ มีแต่การคอยมองติดตามดูไปว่าผลกระทบนี้จะเป็นอย่างไร

และแล้วคืนวันที่ ๑๙ นั้นก็มีการปรับเปลี่ยนมาตรการโดยยกเว้นการหักสำรองทันทีสำหรับเงินที่มาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และการลงทุนโดยตรง ก็เป็นเรื่องที่ดีขึ้น แต่ยังไม่ทำให้มุมมองต่อเหตุการณ์นี้เปลี่ยนไปอยู่ดี

แล้วเราจะทำอย่างไรต่อดี วันนี้ผมก็คงอยู่ในสถานะตื่นตัวกว่าปกติ และรอดูว่าถ้าเงินบาทไปอยู่ที่ ๔๐ บาทต่อดอลล่าร์สหรัฐอเมริกาแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มมีการพูดถึงตัวเลขที่ ๓๘ ถึง ๓๙ บาทต่อดอลล่าร์ อย่างไรก็ตามกรอบ ๓๖ ถึง ๓๙ น่าจะเป็นอะไรที่ผมเฝ้ามอง ไม่ว่าตัวเลขหลุดไปทางไหน คงต้องมีอะไรเกิดขึ้นอีก

เรื่องราคาหุ้นก็คงจะเป็นผลตามหลัง แต่ค่อนข้างมั่นใจว่าเราคงต้องเพิ่มส่วนลดให้มากขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่มากขึ้น ส่วนจะมากน้อยเท่าไหร่ ผมเองก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้กับตัวเอง

แนวทางในการลงทุนเนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือความสามารถในการจัดการของเราได้ มีทางหนึ่งที่เราอาจให้ความสนใจเพิ่มก็คือ การลงทุนในตลาดต่างประเทศซึ่งเคยเขียนไว้ในตอนบริหารความเสี่ยงด้วยการลงทุนต่างประเทศ มีเพื่อนคนหนึ่งก็ปรับการลงทุนไปอยู่ในรูปแบบอื่นโดยเพิ่มสัดส่วนของทองคำแท่งมากขึ้น

9 Responses to "ผลของนโยบายแบงค์ชาติ"

คุณ T อ่านแล้วเศร้าจัง เอาๆ วันนี้วัน Christmas ห้ามเศร้า… Merry Christmas ka.🙂

ไม่ได้ตั้งใจให้เศร้าเลย ตอนเขียนก็ลืมไปว่าเป็นวันคริสต์มาส Merry Christmas ครับ

จริงๆแล้วอยากฟังความคิดเห็นจากเศรษฐกรแบบคุณกอบัวด้วย

สวัสดีครับเพราะพี่เป็นแรงบรรดาลใจให้ผมทำblog บ้าง ชวนพี่ไปอ่านและแสดงความคิดเห็นเป็นปฐมฤกษ์หน่อยนะครับ ที่ speculators.wordpress.com

เป็นคำชมที่ขอรับด้วยใจเบิกบานมาก🙂

Black Tuesday เห็นเพื่อนบ่นๆ อยู่เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ค่อยมีความรู้เท่าไหร่

ยังไงก็ Merry Christmas ย้อนหลัง 1 วันนะคะ

เห้อ ขอให้การลงทุนจากเมืองนอกอย่าลดเลย ใช่ว่าประเทศไทยจะอยู่รอดได้ไปตลอดรอดฝั่ง โดยปราศจากการR&Dในภาคการส่งออก เอกชนภาคส่งออกหรือภาคอื่นๆต้องปรับตัวกันได้แล้ว ไม่งั้นก็เตรียมเจ๊งกันระนาว

ก็สวัสดีปีใหม่ด้วยครับ..

มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง😛

ผมตอนนี้ค่าครองชีพประจำวันก็เพิ่มขึ้นมากมายและก็ผ่อนทาวเฮา18ตรว.เมียก็ผ่อนรถ
ถ้าbankชาติ…เอาง่ายๆ สั้นๆ ผมเครียดขึ้นอีกเยอะ ไหนลูกอีก จะเอากันให้ตายทั้งบ้านหรือยังไง….ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: