Thai Baht… ways to Happy and earn money

เงินบาทแข็งค่าทำให้กิจการส่งออกปิดตัวลง ?

Posted on: สิงหาคม 1, 2007

จากที่คุณ mymoney เขียนคอมเม้นท์ไว้

ตอนนี้เริ่มออกอาการกันเยอะขึ้นแล้วครับคุณ Khun T ยูเนี่ยนฟุตแวร์ประกาศปิดแล้ว ที่เหลือคงต้องร้องเพลงของพี่แจ้ระหว่างรอ

“จะทนได้นานสักเท่าไหร่… โอ๊ย โอ๊ย”

(เพลงบอกวัยอีกแล้วนะเนี่ย เฮ้ออออ…)

ผมเลยไปค้นเอาข่าวที่ทางบริษัทแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาไว้เพี่อมาดูกันว่าทางบริษัทแจ้งสาเหตุอะไรบ้างในการตัดสินใจทำเรื่องนี้ เอกสารฉบับเต็มสามารถดูได้ที่นี่

คงต้องบอกกันก่อนจากประสบการณ์ในการอ่านสิ่งชี้แจงของบรฺษัททั่วไปต่อต.ล.ท.นั้น หลายครั้งเป็นการเขียนที่ไม่สะท้อนความจริงทั้งหมด ก็คงฟังดูหรืออ่านดูด้วยความระมัดระวัง

หนึ่งในสาเหตุที่บริษัทฯกล่าวถึงคือเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ข้อนี้จากที่พูดคุยกับบรรดาพรรคพวกที่ทำงานในแวดวงโรงงานต่างก็บอกกันเป็นเสียงเดียวกัน และเป็นมาหลายปีแล้ว เขาว่าในเขตพื้นที่อุตสาหกรรมตะวันออกนี่หนักกว่าทุกที่ ขาดทั้งแรงงานไปจนถึงผู้บริหาร อือม์แต่ทำไมไม่เห็นมีใครมาชวนเราไปทำงานแถวนั้นบ้างเลย smile_angry

พออ่านดูเห็นว่าการขาดแรงงานทำให้เกิดผลเสียที่ทำให้ผลิตไม่ทัน หรือต้องรีบจัดส่งสินค้าทางอากาศ ถึงแค่นี้เราก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดบ่อยครั้งแค่ไหน ถ้าหากปกติการขนส่งสินค้าผ่านทางเรือ แต่ต้องมาส่งผ่านทางอากาศ เจอเหตุการณ์เหล่านี้ไม่กี่ครั้ง ก็ขาดทุนแล้ว

บริษัทฯยังกล่าวถึงสาเหตุเรื่องค่าเงินบาทด้วยแต่นำไปอยู่ท้ายๆเป็นข้อสุดท้ายเลย ไม่รู้ว่าเป็นสาเหตุรองๆลงมาหรือเกรงใจที่จะหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นสาเหตุหลัก

ก็คงต้องดูกันต่อไป ด้วยความหวังว่า เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าธุรกิจต่างๆในไทยมีการปรับตัวแล้ว และมีความเข้มแข็งในการแข่งขันในเวทีการค้าได้อย่างดี หรือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเร่งและความมุ่งมั่นในการปรับตัวให้เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้น

ที่ น. 28/2550 31 กรกฎาคม 2550

เรื่อง แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2550 ( การเพิกถอนหลักทรัพย์ )

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

สิ่งที่ส่งมาด้วย แบบรายงานการขอถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน (F10-6)

ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ยูเนี่ยนฟุทแวร์ จำกัด (มหาชน) (UF) ครั้งที่ 7/2550 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2550 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการขอเพิกถอนหุ้นของ บริษัทฯ ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) บริษัทฯขอแจ้งมติที่สำคัญเพื่อขอถอนหุ้นสามัญของบริษัทฯ ออกจากการเป็นหลักทรั พย์จดทะเบียนใน ต.ล.ท. เนื่องจากบริษัทฯจะหยุดดำเนินธุรกิจรองเท้า ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. สาเหตุที่บริษัทฯจะหยุดดำเนินธุรกิจรองเท้า

1.1 อุตสาหกรรมรองเท้ามีการแข่งขันสูงจากต่างประเทศ ปัจจุบันเป็นตลาดของ ผู้ซื้อน้อยราย ทำให้มีโอกาสน้อยในการเจรจาต่อรองเงื่อนไขและราคาขาย ถึงแม้บริษัทฯ ได้พัฒนาทั้งระบบการบริหารจัดการ และกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด แต่ความสามารถในการทำกำไรก็ลดลงทุกปีและบริษัทฯประสบผลขาดทุนติดต่อกันมาเกินกว่า 3 ปี

1.2 อุตสาหกรรมรองเท้าเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเป็นจํานวนมาก บริษัทฯประสบกับสภาวะการขาดแรงงานที่ประสงค์จะทํางานในอุตสาหกรรมรองเท้า ทั้งๆที่อัตราค่าจ้างขั้นต่ำมีการปรับเพิ่มอยู่ตลอดเวลา บริษัทฯได้พยายามแก้ไขปัญหาการขาดแรงงาน โดยให้บริษัทย่อยที่ทำชิ้นส่วนรองเท้าให้บริษัทไปประกอบกิจการในต่างจังหวัด แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแรงงานได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตอย่างรุนแรง ประกอบกับแรงงานไม่เสถียร คือ มีการเข้าออกเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนการฝึกอบรมสูงและส่ง ผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ไม่ตรงตามกําหนดเวลา ทําให้บริษัทฯต้องรับภาระค่าขนส่งทางอากาศ (Airfreight) ที่เป็นค่าใช้จ่ายสูงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งในธุรกิจ รองเท้าในจีนและเวียดนามซึ่งมีแรงงานจำนวนมากและมีอัตราค่าจ้างต่ำกว่าไทย ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในธุรกิจนี้ได้

1.3 ต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน อันประกอบด้วย ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลา รวมทั้งค่าวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น

1.4 บริษัทฯจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรมขบวนการผลิต และการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของคู่ค้าที่มีการปรับเปลี่ยนความต้องการมากขึ้นตลอดเวลา ทั้งนี้จะก่อให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและไม่อาจผลักภาระให้กับคู่ค้าได้ทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้รายได้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการผลิต

1.5 บริษัทฯได้ทำธุรกิจซื้อขายในรูปเงินตราต่างประเทศซึ่งเป็นสกุลดอลล่าร์สหรัฐ (US$) เป็นส่วนใหญ่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ประกอบกับการแข็งค่า ของเงินบาทอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน และค่าเงินบาทมีแนวโน้มว่าจะแข็งค่าในระดับนี้ต่อไปในระยะยาว ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาประสบปัญหาเป็นอย่างมาก

เมื่อบริษัทฯคํานึงถึงผลตอบแทนทางธุรกิจ การแข่งขันทางการค้า ความเสี่ยง กับความจำเป็นที่บริษัทฯจะต้องลงทุนในด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อให้สามารถ ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของคู่ค้าแล้ว บริษัทฯพิจารณาเห็นว่าธุรกิจนี้มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสที่จะขาดทุนต่อไป นับเป็นธุรกิจที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน บริษัทฯจึงตัดสินใจเลิก การผลิต เพื่อมิให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ โดยบริษัทฯจะดำเนินการผลิตสินค้าเพื่อ ส่งมอบให้กับลูกค้าตามคำสั่งซื้อที่มีอยู่ภายในปี 2550 จนครบถ้วน หลังจากนั้นก็จะหยุดดําเนินกิจการรองเท้าของบริษัทฯรวมทั้งบริษัทย่อย และยังไม่มีนโยบายที่จะดําเนินธุรกิจอื่นใดอีก บริษัทฯจะทยอยหยุดดำเนินการผลิตและจะรับผิดชอบจ่ายค่าจ้างแรงงานและเงินชดเชยตามกฎหมาย

Advertisements

6 Responses to "เงินบาทแข็งค่าทำให้กิจการส่งออกปิดตัวลง ?"

ไม่ได้หยิบยกเรื่องเงินบาทแข็งมาพูดเป็นเรื่องแรก
แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุ

เอาเป็นว่า ยังไงเงินบาทแข็งก็ส่งผลกับบริษัทเก่าของฉัน
เพราะคนในนั้นก็บอกว่า ผู้บริหารเริ่มประกาศงดโบนัส และอาจตามมาด้วยเบี้ยต่างๆที่เคยให้พนักงาน ด้วยเหตุผลเรื่องค่าเงินนี่แหละ
เพราะบริษัทเก่าฉันรายได้มาจากการส่งออก 90% เลยล่ะ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารบอกว่าจะพยายามประคองไปให้ได้ ไม่ปิดตัวลง
ก็เอาใจช่วยนะ ถึงบริษัทเก่า แต่ก็เป็นห่วงอดีตเพื่อนร่วมงานรวมถึงพนักงาน
เนื่องจากบริษัทนี้พนักงานรวมๆกันแล้วก็ 2000 กว่าคน >_<

ก็เป็นปัญหาแน่ๆว่าผลกำไรคงจะลดลง โดยสมมติว่าบริษัทที่ส่งออกยังทำทุกอย่างอย่างที่เคยทำ การที่เงินบาทแข็งก็ย่อมส่งผลโดยตรงกับผลกำไรของบริษัท

ในธุรกิจแต่ละธุรกิจก็คงมีคนบาดเจ็บล้มตายไปบ้าง แต่ในภาพรวมๆเท่าที่มองเห็นวันนี้ยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่ ช่วงนี้จากการขาดแคลนแรงงานยังเป็นอยู่ การที่โรงงานปิดตัวไปบ้างคงยังไม่เป็นเหตุให้เกิดการตกงาน หวังว่าคงไม่มากที่จะปิดนะ _/|\_

ธุรกิจที่ปิดตัวที่เป็นข่าว ก็เป็นธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการรับรู้มาเป็นเวลานานระดับหนึ่ง ไม่ได้เป็นเรื่องที่นอกเหนือความคาดหมายซักเท่าไหร่ อยู่ที่ว่าใครจะไปก่อน หรือใครจะสามารถหันไปทำสินค้าที่มีการแข่งขันไม่สูงมาก

ก็เหมือนที่ว่าไว้ ก็คงต้องดูกันต่อไปด้วยความหวังในทางที่ดี

ว่าแต่ บริษัทเก่าที่คุณ cotton เคยทำงานนั้น ทำสินค้าอะไรครับ

ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ฮือๆๆ ธุรกิจท่องเที่ยวกับโรงแรมครึ่งปีหลังนี้ก็ดูไม่ค่อยดีนักเหมือนกัน แย่ๆๆๆๆ เอ้า สู้ๆ

แค่สู้ๆ เห็นจะยังไม่พอมั๊งครับ คุณ Korbua สถานการณ์อย่างนี้ต้อง สู้โว้ยยยยยยยย….

พูดถึงตอนนี้ สิ่งที่น่ากังวลกว่าค่าเงินบาทแข็ง น่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจอเมริกา ใครที่ติดตามข่าวทางโน้นจะได้ยินคำว่า recession บ่อยขึ้น ถ้าหากอเมริกามีปัญหาล่ะก็ ไม่อยากจะคิดเลย เพราะลูกค้าปลายทางของเรายังเป็นอเมริกาอยู่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ จริงๆเราคงไม่รู้ว่าสินค้าส่งออกทั้งหมดของเรา ลูกค้าที่ซื้อไปใช้งานคนสุดท้ายจริงๆคือใคร ยิ่งโลกการผลิตวันนี้ ใช้วิธีการกระจายการผลิตสินค้าชิ้นหนึ่งไปหลายประเทศแล้ว การที่เราเห็นยอดส่งออกไปจีน ก็อาจเป็นการส่งชิ้นส่วนเพื่อไปรวมกับชิ้นอื่นๆ แล้วส่งไปขายที่อเมริกาอีกที

ตอนนี้เท่าที่ฟังผ่านสถานีทีวีฝรั่ง ก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่ชัดเจน แต่เริ่มมีคนพูดกันดังขึ้น คล้ายๆกับของบ้านเราที่ตัวเลขต่างๆยังดูดี บางตัวดูดีขึ้นด้วยซ้ำ แต่คนกลับคิดว่าเศรษฐกิจแย่ลง

คำถาม แล้วเราหรือผู้ประกอบการเตรียมตัวกับเรื่องนี้แล้วหรือยัง ถ้าหากมันเกิดขึ้น ซึ่งหวังว่าคงจะไม่เกิด

น้องบัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่มาไทยในครึ่งแรกของปีไม่ลดลงนะ จากคนที่อยู่นอกวงการ ก็คงต้องบอกว่าภาพรวมยังน่าจะปกติอยู่ แต่อาจเป็นเพราะปริมาณห้องพักมากขึ้นหรือเปล่า เลยทำให้แต่ละคนออกมาบ่นดังๆ

บริษัทที่เคยทำงาน ทำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือนค่ะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: