Thai Baht… ways to Happy and earn money

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

Posted on: ตุลาคม 19, 2007

จากที่คุณ ByBeeR (สงสัยจะมีเบียร์วางอยู่ข้างๆตลอด beer ) โพสคำถามไว้

ดิฉันไม่ทราบอะไรเท่าไหร่นะคะ ได้ยินข่าวมาเท่านั้น แต่ไม่ทราบรายละเอียดอะไรมากนัก “คือ เรื่อง การฝากเงินกับธนาคาร ที่ว่า ทางธนาคารจะไม่รับรองความเสี่ยงในการฝากเงินกับทางธนาคาร อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ “อยากทราบรายละเอียดค่ะ…..

ภาพรวมๆก็คือ กฏหมายนี้ยังไม่ผ่านนะครับ ถ้ากฏหมายนี้ผ่านสิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ เงินฝากของเราในธนาคาร (จริงๆคงเป็นสถาบันการเงิน แต่เผอิญผมไม่ทราบว่าคำนี้มีนิยามครอบคลุมธุรกิจประเภทใดบ้าง) ซึ่งในปัจจุบัน ถ้าหากเกิดเหตุที่ทำให้ธนาคารต้องปิดตัวไป เราสามารถที่จะรับเงินคืนจากรัฐบาลไทยได้ตามจำนวนเงินฝากที่เรามีทั้งหมด แต่กฏหมายนี้จะทำให้การคุ้มครองนี้ลดลงเหลือเพียงจำนวนเงินหนึ่งล้านบาทต่อบุคคลต่อธนาคาร

เพราะฉนั้นถ้าเรามีเงินสดอยู่ห้าล้าน เราก็กระจายไปฝากธนาคาร ห้าหกแห่ง หรือ แบ่งฝากในชื่อคนในครอบครัว แทนที่ในปัจจุบันอาจใช้ชื่อพ่อบ้านคนเดียว ก็แบ่งออกมาฝากในนามแม่บ้านด้วย ถ้าหากธนาคารใดล้ม เงินที่เราฝากอยู่ก็ยังสามารถไปขอคืนจากรัฐบาลไทยได้ในวงเงินหนึ่งล้านบาท

ลองเข้าไปอ่านที่คุณ mymoney เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้ครับ ในหัวเรื่อง ความคืบหน้าล่าสุดของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

ส่วนตัวผมเองก็ไม่มีความเห็นอะไรมากไปกว่าว่า รู้สึกวงเงินน้อยไปนิดหน่อย น่าจะอยู่ที่ระดับซักห้าล้านบาท และอีกข้อหนึ่งในอนาคตทางสถาบันการเงินต่างๆ อาจจะออกกลไกในการคุ้มครองที่สูงกว่าก็ได้ ถ้าหากเห็นความต้องการในตลาด

5 Responses to "สถาบันคุ้มครองเงินฝาก"

น้อยไปนิด แต่ก็ยังมีไม่ถึงแฮะ อิอิ

งี้ต่อไปต้องกระจายการฝากธนาคารเหรอคะเนี่ย

น้องจอม

เดี๋ยวก็มีถึงแล้ว อีกไม่นานก็มีเกิน แค่หมั่นเก็บ นำไปลงทุน และก็หาเพิ่ม ใช้พอดีๆ ไม่นาน น้องจอมอาจต้องไปเปิดบัญชีให้ครบทุกแบงค์ สิบกว่าแห่ง จะได้พอคุ้มครอง

อืมม์ มีอีกเรื่องหนึ่งสำหรับคนที่มีเงินมากๆแต่กังวลเรื่องความเสี่ยงก็ซื้อพันธบัตรรัฐบาลแล้วก็ถือไปเรื่อยๆจนหมดอายุ ก็จะเหมือนการนำเงินไปฝากประจำในธนาคาร โดยมีความเสี่ยงที่น่าจะเหมือนกันทุกกรณีตราบใดที่อายุของทั้งสองอย่างเท่ากัน

คนที่เงินไม่ถึงก็คงไม่มีผลกระทบใดๆ แต่คนที่มีเงินระหว่างช่วง 1-10 ล้านโดยประมาณน่าจะเป็นคนที่โดนผลกระทบมากที่สุด เพราะการซื้อพันธบัตรรัฐบาลสำหรับลูกค้ารายย่อยเป็นเรื่องที่อาจไม่ได้ครบตามจำนวนที่ต้องการ แต่ถ้าสถานะของเราในสายตาแบงค์เป็นลูกค้ารายใหญ่ ก็จะง่ายขึ้น หรือไม่งั้นก็คงต้องไปเปิดบัญชีลูกค้าพิเศษพวก Private Fund กับทางธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ แต่การจะเปิดบัญชีประเภทนี้ เท่าที่ได้ยินมา ควรมีไม่ต่ำกว่ายึ่สิบล้าน

หนึ่งล้านบาทน้อยไปสำหรับการประกันแน่ๆ ลองคิดดูว่าถ้าอยากให้คนไทยมีเงินออมแบบไม่เสี่ยงและเป็นคนที่ไม่เข้าใจการลงทุนอื่นๆเอาว่าเป็นคนไม่ทันกระแสจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเงินออมหลังเกษียณอายุจะไม่หมดไปเมื่อธนาคารล้ม หรือทางการได้ศึกษาแล้วว่าเงิน 1ล้านบาทเพียงต่อการใช้ชีวิต 10-20 ปีที่เหลือ อีกอย่างถ้าปัจจุบันมีการออมกว่า 90% อยู่ในวงเงิน 1ล้านบาทแปลว่ารัฐไม่ต้องการให้คนไทยมีเงินออมเนื่องจากระบบไม่เอื้ออำนวย
ขอบคุณครับ

Us ก่อตั้งมา 70 กว่าปีครับ ยังประกันแค่ 1 แสน dollar หรือ 3 ล้านกว่าบาท เลยครับ ในขณะที่สิงคโปร์ประกันแค่ 4 แสนบาท ไทย 1 ล้านก็ ok แล้วครับ

http://www.bot.or.th/Bothomepage/Special/FIDF/Publications/Depositguarantee_T.htm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: