Thai Baht… ways to Happy and earn money

RMF กับการลงทุนทางเลือก ทองคำ

Posted on: กันยายน 25, 2009

image

สำหรับคนที่คุ้นเคยกับการลงทุน RMF อยู่แล้ว คงทราบว่าเราสามารถสร้างพอร์ทของเราด้วย Asset Class ต่างๆ ทั้งตราสารหนี้ระยะสั้น (ใกล้เคียงเงินสด) ตราสารหนี้ระยะยาว (หรือกลาง) และหุ้น ช่วงเร็วๆนี้ มีกองทุนใหม่ที่ได้สิทธิ์ RMF แต่นำเงินไปลงทุนกับทองคำ ก็เหมือนกับว่าเราซื้อทองคำโดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้

บลจ.ที่นำเสนอสินค้าตัวนี้ คือ บลจ.อยุธยา และตัวกองทุนคือ อยุธยาโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (AYFGOLDRMF) ท่านที่สนใจรายละเอียดแบบเป็นทางการก็สามารถกดลิ้งค์ไปอ่านได้ แต่ผมจะพูดในแบบที่ผมเข้าใจเอง

ตัวสินค้าตัวนี้จริงๆก็คือ SPDR Gold Trust เป็น ETF ที่ลงทุนในทองคำ มีการซื้อทองมาสำรองแต่ไม่แน่ใจว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าลงทุน และนำหน่วนลงทุนนี้ไปซื้อขายกันหลายประเทศ ทั้งที่อเมริกา (NYSE) แต่ที่บลจ.นี้อ้างอิงคือ ราคาซื้อขายในตลาดสิงคโปร์ โดยที่ทางบลจ.ก็เปรียบเหมือนนายหน้าที่รับเงินบาท ไปซื้อเจ้าสไปเดอร์ทองคำ (SPDR นั้นคนมักจะอ่านออกเสียงเป็น spider) ในตลาดสิงคโปร์ และเมื่อมีผู้ถือหน่วยไทยสั่งขาย บลจ.ก็ขายที่ตลาดสิงคโปร์ และส่งมอบเงินบาทให้กับผู้ถือหน่วย

จริงๆแล้วถ้าหากเราสามารถซื้อขายเองได้โดยตรงคงลดค่าธรรมเนียมในส่วนของบลจ.อยุธยาลงได้ เพราะจริงๆแล้วทางบลจ.มีค่าใช้จ่ายน่าจะน้อยในการจัดการเรื่องนี้ ข้อนี้ก็คงเป็นไปกับกองทุนที่ลงทุนต่างประเทศทั้งตราสารหนี้หรือตราสารทุน (หุ้น) ที่บรรดาบลจ.บ้านเรานำมาเสนอขายกันมากมายในตอนนี้

ว่าไปแล้วตั้งแต่เกิดมาเคยซื้อทองไปแค่สองครั้ง รวมน้ำหนักหนึ่งบาท เป็นสร้อยกับแหวนรุ่น ไม่เคยซื้อเก็บ หรือซื้อเป็นเครื่องประดับ หรือลงทุนกับทอง เพราะว่าไม่ค่อยชอบในการเก็บรักษา มีทองไว้ในบ้านก็กังวลว่าจะโดนหยิบหายไปหรือเปล่า ถ้าซื้อทองเป็นแท่งๆแล้วนำไปฝากธนาคาร ก็ต้องเสียค่าฝากอีก และท้ายที่สุดก็ไม่มีความเชื่อว่าผลตอบแทนในระยะยาวของทองนั้นจะดี แต่ครั้งนี้เป็นการลงทุนในทองเป็นครั้งแรกและคงจะต่อเนื่องต่อไป เพราะข้อจำกัดต่างๆที่เขียนมามันเสมือนกับว่าไม่มี (จริงๆแล้วก็มีแหละ เพราะทางสไปเดอร์ก็เก็บ ทางบลจ.ก็เก็บ แต่มันซ่อนเข้าไปอยู่ในราคาซื้อขาย) และเหตุผลอีกสองข้อที่สนใจก็คือ

  1. เป็นการกระจายความเสี่ยง Asset Allocation เพราะว่าทุกวันนี้ชีวิตในเหมือนฝากกับหุ้นอยู่แล้ว แต่จะลดหุ้นลงก็ยังไม่ถึงเวลา ก็เลยต้องใช้การลงทุนในทางเลือกใหม่ๆเพิ่มขึ้น
  2. ดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ช่วงนี้ดอกเบี้ยต่ำมาก และปีหน้าหลายๆคนก็คิดว่าเราน่าจะเริ่มเห็นภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากมาตรการการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในประเทศต่างๆล้วนใช้วิธีอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป แต่ภาพรวมก็เป็นการอัดฉีดเงินที่มากกว่าปกติเป็นอย่างมาก ซึ่งสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆก็น่าจะปรับตัวสูงขึ้นรวมทั้งทองคำด้วย 

สำหรับผมเองการลงทุนนี้ไม่ใช่หลักใหญ่ แต่เป็นเหมือนกับการ hedging มากกว่า ไม่ได้มองว่าจะได้ผลตอบแทนมากมาย แต่ถือไว้กันความเสี่ยง ด้วยความที่เรามีโอกาสซื้อโดยเสมือนได้ส่วนลด โดยการนำไปลดหย่อนภาษีได้ ก็เลยเป็นแรงจูงใจให้ไปเปิดบัญชี และแล้วก็เหมือนทุกครั้งซื้อปั้บ วันรุ่งขึ้นทองราคาตกทันที ฮ่าๆๆๆ

ป้ายกำกับ:

9 Responses to "RMF กับการลงทุนทางเลือก ทองคำ"

ดีค่ะ คนเล่นหุ้น..คุณTB
สบายดีนะคะ..ปั่นเงินๆอยู่หรอค่ะ

..
เราอ่ะปั่นเกมส์ๆ อยู่ ติดเกมส์อ่ะค่ะ T_T”

แวะมาอีกรอบ…ก้อนใหญ่จัง ทองอ่ะทอง

สวัสดีจ้า Khun T

ไม่ได้พบปะเสวนาพักใหญ่ สบายดีบ่
กำลังอ่าน Age of Turbulences บันทึกความทรงจำของ Alan Greenspan
มีการกล่าวยกย่อง Ayn Rand ผู้นิยมลัทธิ Objectivism
ซึ่งมีผลและอิทธิพลจ่อความคิดของคุณปู่กรีนสแปน

ผลงานของ Ayn เล่มที่แสดงถึงปรัชญาดังกล่าวนี้คือ Atlas Shrugged
เอ..คุ้นๆว่า Khun T เคยกล่าวไว้
เลยอยากรู้ว่าอ่านจบหรือยัง ช่วย Review ให้หน่อย
เพราะพี่กูรูอยากทำความรู้จักเจ้าปรัชญา Objectivism มันคืออะไร
อ่านในวิกีคล้ายๆกับ Existentialism หรืออย่างไรเนี่ย

อ้อ..มีขายในเมืองไทยหรือเปล่า
ราคาเล่มล่ะกี่บาท

เพิ่งรู้ข่าวโอบามาได้รางสวัลโนเบล สาขาสันติภาพ
ตะลึงตึงตัง
ลุ้นวันจันทร์ว่าใครจะได้สาขาเศรษฐศาสตร์
ขอลุ้น Alan Greenspan

สวัสดึครับ

แหะๆ พี่กูรูเป็นบุคคลที่สองที่ถามว่าผมอ่านหนังสือ Atlas Shrugged (https://thaibaht.wordpress.com/2008/02/02/atlas-shrugged/) จบหรือยัง

อายๆ ยังเลยครับ จริงๆปีนี้ก็ค่อนข้างว่าง แต่สมาธิสั้นไปหน่อย ตลาดหุ้นมันทำตัวแปลกประหลาด ขายหุ้นแล้วมันก็ขึ้น ก็เลยต้องตามไปซื้อ ขายอีกก็ขึ้นอีก เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เลยไปหมกมุ่นกับตลาดมากไปหน่อย

หนังสือเล่มนี้มีขายแน่ครับ สติกเกอร์ติดไว้ว่า ร้าน Kinokuniya ราคา 303 บาท ถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับปริมาณหน้าและจำนวนคำ ถูกกว่าราคาหนังสือไทยมากๆ

คำทั้งสองคำที่พี่กล่าวถึง ผมสารภาพเลยว่าไม่เคยได้ยิน เลยลองหาดูเจอเรื่อง objectivism ที่น่าสนใจ

-. http://en.wikipedia.org/wiki/Objectivism_(Ayn_Rand)

-. http://www.aynrand.org/site/PageServer?pagename=objectivism_intro

-. http://objectivism.net/

สิ่งที่ Ayn ว่าไว้ มีในลื้งต์ที่สอง เดี๋ยวจะขอก็อปมาแปะไว้ตรงนี้

http://www.aynrand.org/site/PageServer?pagename=objectivism_intro

The following is a short description of Objectivism given by Ayn Rand in 1962.

by Ayn Rand
At a sales conference at Random House, preceding the publication of Atlas Shrugged, one of the book salesmen asked me whether I could present the essence of my philosophy while standing on one foot. I did as follows:

Metaphysics Objective Reality
Epistemology Reason
Ethics Self-interest
Politics Capitalism
If you want this translated into simple language, it would read: 1. “Nature, to be commanded, must be obeyed” or “Wishing won’t make it so.” 2. “You can’t eat your cake and have it, too.” 3. “Man is an end in himself.” 4. “Give me liberty or give me death.”

If you held these concepts with total consistency, as the base of your convictions, you would have a full philosophical system to guide the course of your life. But to hold them with total consistency—to understand, to define, to prove and to apply them—requires volumes of thought. Which is why philosophy cannot be discussed while standing on one foot—nor while standing on two feet on both sides of every fence. This last is the predominant philosophical position today, particularly in the field of politics.

My philosophy, Objectivism, holds that:

1. Reality exists as an objective absolute—facts are facts, independent of man’s feelings, wishes, hopes or fears.

2. Reason (the faculty which identifies and integrates the material provided by man’s senses) is man’s only means of perceiving reality, his only source of knowledge, his only guide to action, and his basic means of survival.

3. Man—every man—is an end in himself, not the means to the ends of others. He must exist for his own sake, neither sacrificing himself to others nor sacrificing others to himself. The pursuit of his own rational self-interest and of his own happiness is the highest moral purpose of his life.

4. The ideal political-economic system is laissez-faire capitalism. It is a system where men deal with one another, not as victims and executioners, nor as masters and slaves, but as traders, by free, voluntary exchange to mutual benefit. It is a system where no man may obtain any values from others by resorting to physical force, and no man may initiate the use of physical force against others. The government acts only as a policeman that protects man’s rights; it uses physical force only in retaliation and only against those who initiate its use, such as criminals or foreign invaders. In a system of full capitalism, there should be (but, historically, has not yet been) a complete separation of state and economics, in the same way and for the same reasons as the separation of state and church.

อืมม์ สงสัยต้องใส่ “Finish Atlas Shrugged” ใน Bucket List ส่วนตัวแล้ว ฮ่าๆๆ🙂

อืมม์ อ่านความหมายของ Objectivism ที่ Ayn ว่าไว้แล้วย้อนกลับไปดู Quotes from Atlas Shrugged ที่เคยนำมาแปะพร้อมกับเรื่อง Atlas Shrugged แล้วก็มุมหนึ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่า ความหมายของ Capitalism ไม่ใช่เป็นอย่างที่ไทยแปลว่าทุนนิยมเลย เพราะเหมือนกับว่าเป็นสุขนิยมของแต่ละคน(ซึ่งอาจจะเหมือนหรือต่างไปจากคนอื่น) ที่แต่ละคนมีความสามารถในการกำหนดโลกของตัวเองกำหนดเป้าหมายของตัวเอง แต่ไม่ได้ไปทำลายทางเลือกอื่นๆ (ซึ่งก็คือโลกและเป้าหมายของคนอื่น)

ว่าไปแล้ว ก็เรื่มรู้สึกว่า การออกแบบระบบของประเทศอย่างอเมริกา ก็อาจจะมีความสัมพันธ์และเป็นไปอย่างพร้อมเพรียงด้วยกัน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญที่ Thomas Jefferson ว่าไว้ว่า สิทธิในการค้นหาความสุข แล้วก็ตามมาด้วยระบบเศรษฐกิจแบบ Capitalism ที่ทำให้คนมีทางเลือกที่จะเลือกเส้นทางที่ตัวเองให้คุณค่าและสามารถค้นหาความสุขที่ตัวเองเป็นผู้กำหนด

แล้วพอกลับไปอ่านประวัติชีวิตของ Ayn Rand ก็น่าสนใจว่าเป็นคนรัสเซียเกิดและเรียนที่รัสเซียแล้วอพยพมาอเมริกาในตอนหลัง ซึ่งก็เป็นรูปแบบของคนอเมริกันจำนวนมากที่ไม่ได้เกิดในอเมริกาแต่ต้น

ว่าไปแล้วนี่ก็เป็นภาพที่ผมเห็นเวลาพูดถึงประเทศอเมริกาที่มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูงมาก อืมม์ยิ่งอยากอ่านมากขึ้น

ขอบคุณมากเลย

อ่านคร่าวๆดู ไม่ต่างจากปรัชญา Existentialism ของ Jean Paul Satre เลย
เชื่อมั่นในปัจเจกและมนุษย์นิยม ตราบเท่าที่มีเสรีภาพร่วมกับความรับผิดชอบควบคู่ไปด้วย
ไม่มีใครได้อะไรทั้งหมด ทุกอย่างมีการ trade off
มิน่าล่ะ อลัน กรีนสแปน ผู้เติบโต เชี่ยวชาญแต่เรื่องตัวเลขและโมเดลคณิตศาสตร์
มาเจอทฤษฎีเรื่องราวความลึกลับซ้บซ้อนในจิตใจคนจาก Ayn ถึงกับอึ้ง

ส่วนหุ้น ได้แต่ดูอย่างเดียว ตามก็กลัวขึ้นเนิน เนินก็กลายเป็นดอยจนดอยกลายเป็นภูเขาสูงแล้ว
ลงไปตอนพานิคก็เก็บนิดหน่อย แล้วก็ได้ยินคนอื่นๆบ่นกันเยอะว่า ได้เงินน้อยเกินไป

ไปห้องสมุด TMB ได้ยินแต่เสียงคุยกันดัง(หนวกหู)
ตัวนั้น ตัวนี้ จะอย่างโน้น อย่างนี้
อา..แหล่งปล่อยข่าวอย่างดีเชียวล่ะ

แล้วคอยเจอกันใหม่จ้า

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: